เธอก็รู้สึกได้กำแพงที่ขรุขระแสดงถึงรูปลักษณ์เดิมของมัน นี่เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ดูราวกับมีชีวิต
หลิงหลานยกตะเกียงน้ำมันขึ้นสูง ยืมแสงไฟช่วยให้ภาพฝาผนังทั้งผืนนี้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
หลิงหลานรู้สึกได้เพียงจิตสังหารพุ่งเข้ามาซึ่งๆ หน้า หลิงหลานสูดลมหายใจเย็นยะเยือก บนภาพมีทุ่งซากศพ ร่างกายแขนขาแหลกเละ ยังคงสามารถแยกส่วนใบหน้าร่างกายอวัยวะทั้งห้าได้ สีหน้าที่บรรจงวาดอย่างมีชีวิตชีวา ดูหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่เกิดจากความสิ้นหวังถึงขีดสุด
และใจกลางกองซากศพนี้ มีชายคนหนึ่งยืนสูงตระหง่าน เขากำลังมองทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ราวกับชื่นชม และก็เหมือนกับว่าเขากำลังสนุกกับงานเลี้ยงนองเลือดตรงหน้า ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ในมือของเขากำลังคว้าศีรษะของทารกที่ยังอยู่ในผ้าอ้อม นิ้วของเขาฝังเข้าไป ทำให้เลือดสดๆ หลายต่อหลายสายปกคลุมใบหน้าของทารกคนนั้นไว้…
หลิงหลานรู้สึกได้เพียงไอเย็นทิ่มแทงหัวใจเธอโดยตรง เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอารมณ์ชั่วร้ายของนักฆ่าในภาพผู้นั้น ไม่ใช่ความบ้าคลั่งหรือความบิดเบี้ยว หากแต่เป็นความเยือกเย็นสุดขีด เขากำลังสนุกกับทุกอย่าง การสังหารผู้คนเป็นแค่เกมๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความเป็นมนุษย์อยู่เลย
นี่ยังถูกจัดให้เป็นมนุษย์อีกหรือ? หลิงหลานข่มกลั้นความรู้สึกไม่สบายใจแล้วเดินหน้าต่อ พอผ่านไปได้อีกสิบกว่าเมตร ภาพฝาผนังอีกภาพก็ปรากฏขึ้น มันแตกต่างจากรูปก่อนหน