้าโดยสิ้นเชิง คราวนี้ บนภาพเต็มไปด้วยเหล่ามนุษย์ที่มีชีวิตอยู่กันอย่างแน่นหนา พวกเขาหมอบอยู่กับพื้นอย่างเป็นระเบียบ ในนั้นยังมีคนไม่น้อยกำลังเงยหน้าขึ้นมองไปจุดที่สูงสักแห่ง ถึงแม้ว่าใบหน้าที่ดูเลือนรางจะมีสีหน้าแตกต่างกันไป ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือแววตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง และจุดสนใจของพวกเขาต่างก็คือจุดสูงสุดของภาพฝาผนัง มนุษย์คนหนึ่งที่คล้ายกับเทพ กำลังถือไม้คฑา มองลงมาที่สาวกของเขาทั้งหมดที่อยู่ข้างใต้เท้าของเขาด้วยรอยยิ้มราวกับสายลมยามฤดูใบไม้ผลิ
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลิงหลานที่เดิมทีควรจะรู้สึกได้ถึงความงดงามอบอุ่นของแสงอาทิตย์กลับรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบแบบเดียวกัน เธอคิดมาตลอดว่ารอยยิ้มของเทพองค์นั้นแฝงความเย้ยหยันและดูถูกเอาไว้ ราวกับว่าสิ่งที่มองเห็นในสายตาเขา เป็นเพียงมดมากมายเท่านั้น
หลิงหลานขมวดคิ้วแน่นมากขึ้น ภาพฝาผนังเหล่านี้ต้องการจะบอกเธอว่าอะไรกันแน่? หลิงหลานรู้ดีว่ามิติการเรียนรู้จะไม่สร้างภาพไร้ประโยชน์ออกมา ถ้าพวกมันไม่มีความหมายอะไร กำแพงสองฝั่งของเส้นทางก็ควรจะราบเรียบเกลี้ยงเกลา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มันซ่อนอยู่ลึกขนาดนี้
หลิงหลานไม่ใช่คนที่หมกมุ่นกับตัวเอง ในเมื่อตอนนี้คิดไม่ออก ถ้าอย่างนั้นมุ่งหน้าหาคำตอบต่อไป
ต่อจากนั้น ภาพฝาผนังก็ปรากฏเพิ่มขึ้นอีกทีละรูป นำพาหลิงหลานเข้าสู่โลกปีศาจ โลกแฟนตาซี อาณาจักรแห่งจิต