ผู้อำนวยการมองกึ่งยิ้มกึ่งบึ้งไปที่พลโทสวีแวบหนึ่ง แววตาของเพื่อนสนิทที่ทอดมองมาทำให้ใบหน้าของพลโทสวีร้อนขึ้นเล็กน้อย เขาพูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “ฉันแค่เป็นห่วงลูกของหลิงเซียวไม่ใช่เหรอ? เลยลืมไปว่าที่นี่คืออาณาเขตของนาย นายจะไม่ได้จัดการไว้แล้วได้ยังไง ฉันหลับหูหลับตากังวลใจไปซะแล้ว”
“ห่วงลูกของหลิงเซียวก็เป็นเรื่องดี เอาอย่างนี้ละกัน นายมอบของที่หลิงเซียวฝากไว้กับนายมาให้ฉันสิ” รอยยิ้มของท่านผู้อำนวยการล้ำลึกขึ้นกว่าเดิม
พลโทสวีปฏิเสธทันทีโดยไม่ใคร่ครวญเลยสักนิดว่า “ไม่มีทาง ของที่หลิงเซียวฝากไว้กับฉันก่อนจะออกไปรบ มีความเป็นไปได้สูงว่ามันคือความลับของการเลื่อนระดับขึ้นเป็นผู้ควบคุมขั้นเทวะของเขา มันเป็นของสหพันธรัฐ เป็นของกองทัพเรา”
รอยยิ้มของท่านผู้อำนวยการเลือนหายไป “หลิงเซียวทิ้งข้อความไว้ให้ฉัน นั่นเป็นของทิ้งไว้ให้กับลูกของเขา เหล่าสวี อย่าล้ำเส้นมากเกินไปนัก หลิงเซียวสละชีวิตตัวเองเพื่อสหพันธรัฐแล้ว เราไม่สามารถทำผิดต่อเขา ทำผิดต่อลูกของเขาได้”
สีหน้าของพลโทสวีน่าเกลียดขึ้นเล็กน้อย เขาพูดเสียงหนักว่า “ดังนั้น ฉันถึงคิดหาทุกวิถีทางปกป้องเด็กคนนี้ไง ถึงขั้นยกระดับปกปิดความลับที่เกี่ยวกับเขา แล้วสุดท้ายก็มอบเด็กคนนี้มาให้นายคุ้มครอง นอกจากนี้ การไม่มอบของต่างหน้าของหลิงเซียวให้กับเขาก็เพื่อความปลอดภัยของเขาเอง มรดกของผู้ควบคุมขั้นเทวะ คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างบ้าคลั่ง เด็กนั่