หลิงหลานย่อมสามารถเลือกวิธีโต้ตอบไปทีละท่า อีกฝ่ายโจมตีมายังไงเธอก็ทำลายอย่างนั้น แต่น่าเสียดายอู่จย่งที่ดีดลูกคิดรางแก้วคนนี้ไม่ได้ช่วยให้เธอสมปรารถนาเลย พูดอีกอย่างก็คือ อู่จย่งตัดสินใจไม่ลงมือบุกโจมตีเอง แต่เขาอยากให้หลิงหลานลงมือ
ดังนั้นตอนนี้หลิงหลานเลยปวดหัวมาก นี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมทางด้านฉีหลงต่อสู้กันเกินหนึ่งร้อยกระบวนท่าแล้ว แต่ทางด้านหลิงหลานกลับลงมือหยั่งเชิงกันแค่สิบกว่ากระบวนท่าเท่านั้น พูดได้ว่า เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาทั้งสองคนต่างหมดไปกับวนเวียนอยู่ด้านบน
อย่างไรก็ตาม ต่อให้หลิงหลานขาดทุกอย่าง แต่ความอดทนนั้นไม่เคยขาด ขนาดอาจารย์หมายเลขหนึ่งยังเคยพูดว่า ความอดทนของหลิงหลานอยู่ในระดับผิดปกติแล้ว นอกเสียจากเธอไม่อยากอดทนจริงๆ คาดเดาได้เลยว่าสถานการณ์วนเวียนกันไปกันมาโดยไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กันแบบนี้น่าจะยังดำเนินต่อไป นี่ทำให้พวกนักเรียนที่ชมการต่อสู้หมดความอดทน และทยอยกันจากไป และอาจารย์ส่วนใหญ่ก็เบนสายตาจากทางฝั่งหลิงหลานไปสังเกตสถานการณ์การแข่งขันของสนามประลองอื่น
เวลานี้เสี่ยวซื่อที่อยู่ในมิติแห่งจิตถูกการวนรอบอย่างอืดอาดที่ดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดตรงหน้านี้ทำให้ร้อนใจขึ้นแล้ว “ลูกพี่ ไม่เวียนหัวเลยเหรอ?” วนมาห้าสิบหกสิบแล้วใช่ไหม?
“ยังไหวอยู่ ไม่ได้รู้สึกเวียนหัว” หลิงหลานเย้ยหยันตัวเองอย่างเย็นชา เธออับจนหนทางกับสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน ควรรู้ไว้ว่า การลงมือหลายครั้