กลับเป็นต้นสนหนึ่งต้น แข็งแกร่งทรงพลัง มีความโบราณเรียบง่ายอยู่ข้างในตัวมัน
ชายหน้าโลงศพกับชายหน้ายิ้มรับลูกศิษย์แรกเริ่มที่ตัวเองพึงพอใจแล้วก็ไม่คิดจะอยู่ในหอต่อสู้อีกต่อไป พวกเขาบอกลาพวกฉีหลง นัดสถานที่และเวลาแล้วก็ออกจากลานต่อสู้ไป
ระหว่างทาง ในที่สุดชายหน้ายิ้มก็เอ่ยถามคำถามที่ตัวเองอดทนเก็บไว้มาเนิ่นนาน “อาไท่ ฉีหลงคนนั้นมีอะไรกันแน่ ถึงทำให้นายตื่นเต้นขนาดนี้ จนถึงขั้นหยิบสัญลักษณ์ที่แสดงถึงลูกศิษย์อย่างเป็นทางการออกมา?”
“ถ้าฉันมีสิทธิรับลูกศิษย์สืบทอด ฉันยินดีมอบเหรียญทองให้เขาเลย” ชายหน้าโลงศพกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าเด็กฉีหลงคนนั้น ถ้าฉันเดาไม่ผิด เขาอาจจะปลุกสัมผัสที่หกได้แล้ว”
คำพูดของชายหน้าโลงศพทำให้ชายหน้ายิ้มตกตะลึง “เป็นไปได้ยังไง ขนาดพวกเราก็เพิ่งจะแตะถึงสัมผัสที่หกเองนะ”
“บางที นี่อาจจะเป็นพรสวรรค์แต่กำเนิดของเขา” ชายหน้าโลงศพได้แต่อธิบายแบบนี้ สัมผัสที่หกคือความสามารถมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง สามารถสัมผัสวิกฤติและโอกาสได้โดยสัญชาตญาณ ตอนนี้สหพันธรัฐสามารถอาศัยวิธีการเคี่ยวกรำอย่างโหดร้ายสุดขีดเพื่อบีบให้ผู้รับการฝึกฝนได้รับความสามารถนี้ แน่นอนว่าอัตราความสำเร็จต่ำอย่างยิ่งยวด มีเพียงผู้แข็งแกร่งที่มีนิสัยที่ทรหดอดทนผ่านศึกมานับร้อยแล้วเท่านั้นถึงจะสามารถมีโอกาสได้รับความสามารถที่ถูกพวกเขาเรียกขานว่าขอบเขตแห่งเทพนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น เขากับชายหน้ายิ้มเป็นผู้โชคดีหนึ่