นดี ผมยินดีครับ”
ฉีหลงเห็นผลสรุปนี้ก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความพอใจ
ชายหน้าโลงศพกลับขมวดคิ้วน้อยๆ “ไม่ใช่ว่านายสนใจเด็กอีกคนเหรอ?” รับเพิ่มหนึ่งคน ก็เสียกำลังเพิ่มขึ้นเท่าหนึ่ง เขาไม่อยากให้ชายหน้ายิ้มเหนื่อยมากเกินไป
ชายหน้ายิ้มยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “รับเพิ่มอีกคนก็ไม่มีปัญหาอะไร พวกเรามีเวลาในหนึ่งปีนี้” เขากล่าวจบก็หยิบแผ่นทองแดงสี่เหลี่ยมแบนๆ สองอันออกมาจากในกระเป๋า ด้านบนสลักดอกกล้วยไม้เอาไว้หนึ่งดอก จากนั้นก็ยื่นให้หานจี้จวิน “หนึ่งชิ้นเป็นของเธอ ส่วนอีกชิ้นเป็นของลูกศิษย์แรกเริ่มอีกคนที่ฉันสนใจ เขาน่าจะเป็นคนในกลุ่มของพวกนาย อืม เป็นเด็กที่ทะเลาะกับฉีหลงในตอนเช้า”
ฉีหลงกับหานจี้จวินได้ยินคำกล่าวก็สบตากันด้วยความตื่นเต้นยินดี และส่งเสียงพูดพร้อมกันว่า “ลั่วล่าง”
ชายหน้ายิ้มกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นเขานี่แหละ”
หานจี้จวินติดต่อไปที่อุปกรณ์สื่อสารของลั่วล่างโดยไม่ลังเล แล้วก็ทิ้งคำพูดประโยคหนึ่งบอกให้เขาเข้ามา จากนั้นก็ตัดการติดต่อโดยไม่รอให้ลั่วล่างตอบ
ลั่วล่างที่กำลังชมการต่อสู้ของหลิงหลานกับอู่จย่งเดินเข้ามาด้วยความงุนงง เมื่อชายหน้ายิ้มกล่าวกับลั่วล่างว่าจะรับเขาเป็นลูกศิษย์แรกเริ่ม ลั่วล่างก็ตอบรับโดยไม่ลังเลเช่นกัน เขาแย่งแผ่นทองแดงอีกอันออกมาจากในมือของหานจี้จวิน นี่เป็นหลักฐานยืนยันแสดงถึงการยอมรับของอาจารย์ ห้ามทำหายเด็ดขาด
ส่วนของที่ฉีหลงได้มาก็คือเหรียญเงิน ทว่ารูปด้านบน