่ต่อสู้อย่างเถรตรงบ้าคลั่งเหมือนกัน ต่อสู้แล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไร อารมณ์เขาก็เลยดีเป็นพิเศษ
ฉีหลงวางแผนไว้แล้ว ถ้าเกิดลูกพี่หลานมีเวลาว่าง เขาก็จะไปหาลูกพี่หลานและต่อสู้ (ทรมานตัวเอง) ถ้าเกิดลูกพี่หลานไม่ว่าง เขาก็จะไปหาสวีจื้อจือต่อสู้ฆ่าเวลา (ทรมานคนอื่น) พอสวีจื้อจือหมดแรงแล้ว เขาค่อยไปต่อสู้กับลั่วล่างและหานจี้จวิน….
ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้พละกำลังของฉีหลงยอดเยี่ยมผิดปกติมากเกินไปจริงๆ ถึงได้จำเป็นต้องใช้การต่อสู้มาเผาผลาญพลังงานของเขาที่เยอะเกินไป
“ตอนนี้เรี่ยวแรงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” หลิงหลานกังวลอยู่บ้างว่าฉีหลงจะอดใจไม่ไหวเล่นมากเกินไปหรือเปล่า
ฉีหลงได้ยินคำพูดนี้ก็รีบส่ายหน้า เขาแบกรับโทษฐานนี้ไม่ได้หรอกนะ เขาโบกแขนของตัวเองอย่างสุดแรง บอกหลิงหลานว่าพลังกายของเขายังเต็มเปี่ยม
ถึงแม้ว่าภายนอกฉีหลงจะดูเหมือนไม่แยแสและคิดน้อยอยู่บ้าง แต่เขาไม่ใช่คนที่มุทะลุอะไรแน่นอน ตรงกันข้ามเขาเป็นคนประเภทคมในฝัก ในใจเขามีขีดจำกัดล่างอยู่ รู้ว่าเล่นก็ส่วนเล่น แต่ต้องมีขีดจำกัด การเลื่อนจาก 13 อันดับแรกสู่ 7 อันดับแรกไม่ใช่จุดสิ้นสุด การประลองจาก 7 อันดับแรกสู่ 4 อันดับแรกในรอบต่อไปก็จะตามมาติดๆ ถ้าหากเขาเล่นมากเกินไปจริงๆ เขาก็จะใช้พลังกายไปเกือบหมด ถ้าเขาพ่ายแพ้ขึ้นมาจริงๆ ต่อให้เขาให้อภัยตัวเองได้ เขาเชื่อว่าลูกพี่หลิงหลานของเขาจะไม่มีทางปล่อยเขาไปเหมือนกัน หลิงหลานจะต้องลงมือฆ่าเขาด้ว