“อ่า…” ในที่สุดชายหน้ายิ้มก็คงใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้แล้ว เขาทำหน้าตกตะลึง ทว่าเขาก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว และเอ่ยถามอย่างลนลานว่า “นายบ้าไปแล้วหรือไง? นั่นเป็นศิษย์แรกเริ่มนะ สอนตั้งแต่แรกเริ่มเลยนะโว้ย ถ้าเกิดถูกผู้อาวุโสในตระกูลนายรู้เข้า นายแย่แน่”
“ฉันเห็นแนวโน้มที่ดีของอนาคตเด็กหัวเกรียนนั่น” ชายที่ทำหน้าโลงศพเฉยชามาก ราวกับกำลังบอกชายหน้ายิ้มว่า เขากำลังกลุ้มใจไปเปล่าๆ “นอกจากนี้ นายบอกว่าเด็กสองคนนั้นเหมือนกับพวกเราในตอนนั้นมากเลยไม่ใช่เหรอ”
คนที่เข้าใจชายหน้ายิ้มมากที่สุดก็ยังคงเป็นเขา การต่อสู้ของฉีหลงกับลั่วล่างทำให้ชายหน้ายิ้มนึกถึงตอนที่พวกเขารู้จักกัน ดึงความรู้สึกคิดถึงของชายหน้ายิ้มขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือนิสัยของลั่วล่างต่างก็ใกล้เคียงกับชายหน้ายิ้มอย่างมาก จึงทำให้ชายหน้ายิ้มมีใจจะรับลั่วล่างเป็นศิษย์แรกเริ่ม แน่นอนว่าการที่คุณสมบัติร่างกายของลั่วล่างก็โดดเด่นมากก็เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นต่อให้เหมือนอีกสักแค่ไหน ถ้าไม่มีค่าพอให้อบรมสั่งสอน ชายหน้ายิ้มก็ไม่มีความคิดนี้เหมือนกัน
คำพูดของคนที่ทำหน้าเป็นโลงศพทำให้ชายหน้ายิ้มพูดโน้มน้าวไม่ออกอีก เขากระตุกริมฝีปาก สุดท้ายค่อยพูดออกมาประโยคหนึ่ง “บางทีพวกเขาอาจจะสืบทอดความฝันของเราก็ได้”
“หวังว่าจะได้นะ” ชายที่ทำหน้าเป็นโลงศพมองไปทางฉีหลง และแอบเผยรอยยิ้มที่จางสุดขีดออกมาในตอนที่ชายหน้ายิ้