มมองไม่เห็น ทำให้ชายที่เดิมทีทำหน้าเคร่งเขรึมเป็นโลงศพนั้นดูอ่อนโยนขึ้นมาก
……………
การประลองจาก 13 อันดับแรกเข้าสู่ 7 อันดับแรกทำการแข่งพร้อมกัน หลังจากที่พวกหลิงหลานสามคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันแล้ว พวกเขาก็ขึ้นไปบนสนามประลองของตัวเอง
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ หลิงหลาน VS ฉินอี้ สนามประลองนี้มีผู้คนมารวมตัวกันมากที่สุด นักเรียนห้องเอบางคนที่ถูกคัดออกไปแล้วต่างมาที่สนามประลองเองเพื่อชมดูการแข่งขันรอบนี้
แน่นอนว่าความรู้สึกของนักเรียนห้องเอต่างสับสน ไม่รู้ว่าจะหวังให้หลิงหลานเลื่อนอันดับด้วยกระบวนท่าเดียวต่อไป หรือว่าหวังให้มีคนสามารถทำลายเรื่องนี้ลงได้ ให้หลิงหลานกลับมาตรงหน้าพวกเขาจากสถานที่ที่เอื้อมไปไม่ถึง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบรรดาเพื่อนร่วมห้องจะคิดยังไง หลิงหลานกับฉินอี้กลับแสดงท่าทีเยือกเย็นมาก หลังจากที่กรรมการส่งเสียงว่าเริ่มได้ ฉินอี้ก็หลบไปที่ด้านข้างสนามประลองเป็นคนแรก ส่วนหลิงหลานก็ยืนอยู่ตรงกลางสนามประลอง คุมเชิงเว้นระยะห่างกับฝ่ายตรงข้าม
ทั้งสองฝ่ายก็หยุดนิ่งแบบนี้ไปในระหว่างการคุมเชิงนี้ เวลาเดินผ่านไปช้าๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีแล้ว ผู้ชมต่างอดกระสับกระส่ายขึ้นมาไม่ได้
เวลานี้เอง ในที่สุดหนึ่งในสองคนนั้นก็ขยับแล้ว
คนที่ขยับคือหลิงหลาน ไม่ใช่ว่าความอดทนของเธอด้อยกว่าฉินอี้ หากแต่เธอตระหนักได้ว่ารอคอยอย่างห่อเหี่ยวแบบนี้ต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลา ท่วงท่าฉินอี้แสดงอ