้าโลงศพเหลือบมองดวงหน้ายิ้มแย้มแวบหนึ่ง ในแววตามีเจตนาต่อสู้อย่างแรงกล้า
คนที่ทำหน้ายิ้มแย้มค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา เขากล่าวอย่างกลุ้มใจว่า “เชี่ย เกือบจะตกหลุมพรางนายแล้ว ฉันไม่สู้กับนายหรอก ยุ่งยากจะตาย” เขาจะไปลืมได้ยังไงว่าเพื่อนเขาเป็นไอ้บ้าต่อสู้มาแต่กำเนิด ถ้าไม่ลงมือวันหนึ่งมือก็จะคัน นอกจากนี้เมื่อต่อสู้แล้ว ถ้าไม่สู้จนมืดฟ้ามัวดินอ่อนล้าหมดสิ้นเรี่ยวแรงก็จะไม่มีทางหยุดเป็นอันขาด เขาไม่หาเรื่องทรมานหรอกนะ
เมื่อคนที่มีใบหน้าโลงศพรู้ว่าการยั่วโมโหของเขาไม่ได้ผล เขาก็ทำหน้าเสียใจ ปีนี้ถึงตาหน่วยผู้ควบคุมของพวกเขาเข้ามาสอนในสถาบันลูกเสือหนึ่งปี พวกเขาเพิ่งจะหลุดพ้นจากสนามรบ ยังไม่คุ้นชินกับชีวิตสงบสุขแบบนี้จริงๆ ธรรมชาติของพวกเขาคืออยู่ในสนามรบนะ
“นายสนใจเด็กคนไหน?” คนที่มีใบหน้ายิ้มแย้มเอ่ยถามด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
“เด็กหัวเกรียนคนนั้น” เด็กที่คนทำหน้าเป็นโลงศพชี้ไปนั้นก็คือฉีหลง
“อืม เด็กหัวเกรียนน่าจะแข็งแกร่งกว่า แต่ว่าคุณสมบัติร่างกายของเด็กหน้าสวยคนนั้นก็ไม่เลวมากๆ นะ เป็นคนมีพรสวรรค์ที่เอามาสั่งสอนได้” คนที่มีใบหน้ายิ้มคล้ายกับชอบลั่วล่างมากขึ้น
คนที่ทำหน้าเป็นโลงศพได้ยินคำพูดของคนหน้ายิ้ม ใบหน้าที่เดิมทีเคร่งขรึมก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นไปอีก เขามองคนหน้ายิ้มด้วยความจริงจังพลางกล่าวว่า “นายคิดจะรับเขาเป็นลูกศิษย์เหรอ? สอนตั้งแต่แรกเริ่ม? นายคิดดีแล้ว?”
โลกของทหารให้ควา