จากความเลินเล่อของอีกฝ่ายเจอ และถูกเธอโจมตีจนล้มลงไป ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ทันได้ลุกขึ้นมา เธอก็อัดไปที่อีกฝ่ายราวกับจรวดลูกเล็ก
“โครม!” เสียงอัดอย่างหนักหน่วงทำให้พวกหลิงหลานมองแล้วต่างสูดลมหายใจยะเยือก รู้สึกปวดฟัน เด็กอ้วนท้วนตัวน้อยถูกร่างกายที่หนักอึ้งของหานซู่หย่ากระแทกจนมึนงง จนทำให้หานซู่หย่าขี่อยู่บนตัวเขาโดยที่ไม่ได้ขัดขืนอะไร จากนั้นเธอก็ อัดซ้ายอัดขวาอย่างบ้าคลั่ง
อาจารย์ที่เป็นกรรมการตัดสินอดหลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมาไม่ได้ เขารีบตะโกนให้หยุด ประกาศว่าหานซู่หย่าชนะในการแข่งรอบนี้โดยไม่ลังเล เขากลัวว่าเด็กอ้วนท้วมตัวน้อยคนนั้นจะตาย หากเขาตะโกนช้าเกินไป
หานซู่หย่าเดินลงจากสนามประลองด้วยท่าทีลำพองใจ ฉีหลงเอ่ยถามหานจี้จวินที่อยู่ข้างๆ ว่า “พวกนายเรียนท่าใหม่กันแล้วเหรอ?” เมื่อก่อนหานซู่หย่าใช้วิธีการอัดคนที่ทำให้คนรู้สึกปวดฟันแบบนี้ไม่ได้
หานจี้จวินผงกศีรษะกล่าวว่า “อื้อ ผู้อาวุโสในตระกูลจัดการสอนเป็นพิเศษเพื่อศึกจัดอันดับในครั้งนี้ สอนลูกไม้เล็กๆ ไม่กี่ท่าที่พวกเราสามารถใช้ได้ในตอนนี้”
สีหน้าของฉีหลงเคร่งขรึมขึ้นมา เกรงว่านักเรียนที่มีเคล็ดวิชาต่อสู้สืบทอดกันมาในตระกูลต่างก็ฝึกฝนพิเศษเพื่อศึกจัดอันดับในครั้งนี้ การแข่งขันนี้ไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่เขาคิดไว้ขนาดนั้น
เมื่อลั่วเฉาขึ้นประลองต่อจากนั้นก็ได้พิสูจน์เรื่องนี้เช่นกัน ลั่วล่างกับลั่วเฉาเองก็ไม่ได้ใช้เวลาช่วงนี้ไปอย่าง