การกระทำของพวกหลิงหลานสี่คนทำให้หลินจงชิงอึ้งไป รู้สึกดีใจเป็นล้นพ้น อันที่จริงตอนที่เขาทักทายนั้น ในใจก็กระวนกระวายมาก กังวลว่าพวกหลิงหลานจะเมินเขาโดยสิ้นเชิง
ไม่นึกเลยว่าพวกหลิงหลานสี่คนจะเดินมาหาเขาจริงๆ ทำให้เขาสงสัยไปชั่วขณะว่าตัวเองกำลังอยู่ในความฝันหรือเปล่า
การกระทำที่ทรหดอดทนของหลินจงชิงทำให้ฉีหลงที่เป็นสิ่งมีชีวิตตรงไปตรงมาในหมู่ทั้งสี่คนเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมา เขากลัวว่าหานจี้จวินพี่น้องที่ปากร้ายของเขาจะพูดจาทำร้ายคนก็เลยรีบเอ่ยปากพูดว่า “หลินจงชิง มีเรื่องอะไรถึงได้มาหาพวกเรา?”
หลินจงชิงที่รู้สึกไวย่อมสัมผัสได้ถึงความหวังดีของฉีหลง เขามองฉีหลงด้วยความซาบซึ้งในแวบหนึ่ง กล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันอยากบอกหลิงหลานว่า ฉันช่วยเขาหาที่นั่งไว้แล้ว”
ถึงแม้ว่าหลินจงชิงจะมีใบหน้ายิ้มแย้มต้อนรับคนมาตลอด แต่ว่าปกติแล้วกลับเป็นรอยยิ้มเกรงอกเกรงใจ ทว่ารอยยิ้มในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีความจริงใจเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหลานรู้สึกว่าหลินจงชิงยิ้มได้ดูดีมากจริงๆ
หานจี้จวินขมวดคิ้วน้อยๆ ใบหน้าที่เดิมทีเย็นชาก็ยิ่งเย็นชามากขึ้น ส่วนลั่วล่างก็แค่นเสียงเหอะเบาๆ ราวกับไม่พอใจที่หลินจงชิงทำเกินกว่าจำเป็น คิดๆ ดูแล้วก็ใช่ นักเรียนชุดแดงไม่มีทางไม่มีที่นั่ง ขอเพียงสนใจที่นั่งไหน (แค่ไม่ใช่นักเรียนชุดแดงด้วยกัน) ก็เดินไปตรงหน้าอีกฝ่าย ไม่จำเป็นต้องพูดสักประโยค นักเรียนที