นพื้นโดยที่ไม่มั่นคง ก่อนจะโซเซจนเกือบจะล้มลงไป
“ไอ้สารเลว…” เมื่อร่างกายฉีหลงยืนได้มั่นคงแล้ว เขาก็หันหน้ากลับไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเตรียมตัวจะสั่งสอนคนที่ลอบโจมตีเขา แต่เขาก็เห็นหลิงหลานกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มเต็มเปี่ยม
“ลูกพี่ เป็นนายนี่เอง! นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ฉีหลงดีใจมาก ก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นหน้าไปกอดหลิงหลานอย่างหนักหน่วง แล้วค่อยถามคำถามที่อยู่ในใจเขาออกมา
เดิมทีหานจี้จวินกับลั่วล่างวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว พอได้ยินเสียงตะโกนของฉีหลง พวกเขาก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดีในชั่วพริบตา หานจี้จวินยิ่งเอ่ยด้วยแววตาที่เปล่งประกายว่า “ลูกพี่หลาน นายตัดสินใจพักอยู่ในสถาบันแล้วเหรอ?” การที่หลิงหลานปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้ นอกจากเธอพักอยู่ในสถาบันแล้วก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่สองอีก
หลิงหลานพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสาว่า “ช่วยไม่ได้ ฉันถูกทางสถาบันบังคับให้ยกเลิกการเรียนแบบไปกลับ ฉันเลยได้แต่พักอยู่ในโรงเรียนแล้ว”
“ดีเหลือเกิน คราวนี้พวกเราก็ฝึกฝนเรียนรู้ด้วยกันได้แล้ว” ฉีหลงเป็นคนที่ดีใจมากที่สุด เขาหาคนที่สามารถต่อสู้กับเขาได้แล้ว เมื่อวานเขาต่อสู้กับลั่วล่างมารอบหนึ่ง ฉีหลงรู้สึกว่าเขาไม่สะใจเลยสักนิดเดียว สู้กับลูกพี่หลานยังรู้สึกดีมากกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะถูกลูกพี่หลานทารุณตลอดก็ตามที
สีหน้าของหานจี้จวินกับลั่วล่างเองก็ดีใจอย่างยิ่งเช่นกัน พวกเขาหัวเราะพูดคุยกันแล้วก็มาถึงป้ายรถประจ