่อมา เมื่อเธอได้ต่อสู้กับฉีหลงอีกยกหนึ่งก็เห็นได้ชัดว่าเธอสามารถใช้พละกำลังที่สูงมากขึ้นโจมตีใส่ฉีหลง แต่ไม่สามารถทำลายขีดจำกัดที่ตัวเองตั้งไว้ สุดท้ายก็ได้แต่อาศัยการยื้อเวลาให้ฉีหลงอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงถึงสิ้นสุดการต่อสู้
แน่นอนว่าหลิงหลานรู้สึกไม่ดีเอามากๆ เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อึดอัดแบบนี้ ทว่าน่าเสียดายที่เธอไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ ทำให้เธอเมินมันไปด้วยความจนใจ รอคิดหาวิธีแก้ไขอีกทีในภายหลัง หลิงหลานไม่นึกเลยว่าเธอจะทำลายพันธนาการนี้ได้ในช่วงเวลาความเป็นความตาย ทำให้หลิงหลานฟื้นฟูพละกำลังกลับมาได้หมด
จ่าฝูงหลายตัวต่างก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของหลิงหลาน พวกมันค่อยๆ สัมผัสได้ว่าพละกำลังของศัตรูตัวเองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีที่แต่เดิมรู้สึกแค่เพียงเจ็บปวดอยู่บ้าง ตอนนี้กลับทำให้พวกมันปวดไปถึงส่วนลึกในจิตใจ
หลิงหลานไม่รู้ว่าต่อสู้กับจ่าฝูงห้าตัวมานานเท่าไหร่แล้ว เธอรู้สึกได้ว่าวิชาลมปราณบำรุงร่างกายไล่ตามการใช้พลังงานของเธอไม่ทัน พลังกายของเธอเหมือนกับชะล้างหายไปอย่างช้าๆ ราวกับว่าจะใช้จนหมดในเวลาต่อมา เธอควรจะรู้สึกเครียดร้อนรน แต่เธอกลับเยือกเย็นไม่เหมือนกับตัวเอง คล้ายกับว่าเธอไม่ใช่หลิงหลานที่ต่อสู้คนนั้น หากแต่เป็นผู้ชมที่มองดูการต่อสู้นี้อย่างเงียบๆ
ใช่แล้ว เธอเข้าสู่ขอบเขตประหลาด เธอเห็นการจู่โจมของจ่าฝูงห้าตัวนั้นเชื่องช้าลง เธอเห็นช่องโหว่จากการร่วมมือข