ม
มู่หวนถึงกับนิ่งอึ้งไป แต่แล้วราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงมองลวี่หยางแล้วถามด้วยเสียงแฝงแววระแวง “ท่านมาจากนิกายศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?”
เดาได้อย่างไร! หรือว่าใบหน้าเราดูไม่น่าไว้ใจถึงเพียงนั้น!?
ลวี่หยางถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง ก่อนโบกมือไปอย่างไม่ใยดี
“เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว!”
ฉัวะ!
กระบี่อเวจีลอยเหนืออากาศ แสงกระบี่ฟาดลงมาดังอัสนี มู่หวนกับพรรคพวกไม่กล้ารับตรง รีบพยายามหลบหนี แต่กลับรู้สึกแรงกดดันโถมกระหน่ำลงมา
โอบอุ้มบรรพต!
ในชั่วขณะเดียว พลังสะกดของยอดเขานี้ก็ทวีคูณหลายเท่า ทำให้ร่างของพวกเขาทั้งหมดหยุดชะงัก ไม่อาจขยับเขยื้อน ได้แต่มองดูกระบี่ตกลงมา
ฉัวะ!
แสงกระบี่พลิกวนรอบลำคอของพวกเขาทั้งห้า เพียงพริบตา ทั้งหมดก็กลายเป็นร่างไร้เศียร โลหิตและพลังชีวิตถูกสูบกลืนจนสิ้น
เสียงร้องกระบี่ของกระบี่อเวจีดังระงมสะท้อนฟ้า ลวี่หยางเห็นฉากนี้ก็พยักหน้าอย่างพึงใจ ชาติที่แล้ว กระบี่อเวจีได้พลังลับ “เหยียบอันตราย” คืนมา หลังสังหารผู้ผสานวิถีทั้งสิบสอง งั้นในชาตินี้ ถ้าเขาฆ่าพวกมันอีกครั้ง จะได้พลังอะไรคืนมาอีกหรือไม่?
คิดได้ดังนั้น ลวี่หยางยกนิ้ววาดแสงสว่างสายหนึ่งขึ้นฟ้า
แสงสว่างสะท้อนภาพทั้งหมดในโอบอุ้มบรรพต นี่คือวิชาเทพกำเนิดของเขา เขาจึงควบคุมความเปลี่ยนแปลงในนั้นได้ทั้งหมด
และก็เพราะเขาคอยบงการจากเบื้องหลัง ผู้คนทั้งหมดถึงได้ถูกแยกกระจัดกระจาย
หากแต่ละกลุ่มรวมตัวกัน เขาย่อมไม่อาจหาช่องโห