ก็จะแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนจากท่าทีอ่อนโยนในอดีตให้เป็นเข้มงวดขึ้นมา เพราะฉะนั้นถึงได้ทำการตักเตือนต่อหน้าหลิงอวี่เรื่องความอยากรู้อยากเห็นของเขา ควรทราบว่าถ้าเป็นแต่ก่อน หลิงฉินคงอธิบายให้หลิงอวี่ฟังด้วยความอดทน หลังจากนั้นค่อยห้ามปรามหลิงอวี่ว่าอย่าถามมั่วซั่วเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ใช่เอ่ยตักเตือนอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้
ดูท่าปัญหาของตระกูลหลิงที่หลิงหลานสัมผัสได้ หลิงฉินเองก็รู้สึกได้เช่นกัน นอกจากนี้เขายังพยายามแก้ไขข้อผิดพลาด เพียงแต่ว่าผลเป็นยังไงก็ยังต้องดูผลในภายหลัง
แน่นอนว่าหลิงฉินเอ่ยเตือนหลิงอวี่ด้วยท่าท่าทียากจะหยั่งถึง ความจริงแล้วตัวเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหุ่นรบสามตัวดีดห้องคนขับออกมาเองได้ยังไง ตอนนี้ความคิดแรกของเขาก็พุ่งตรงไปที่ไพ่ตายของตระกูลหลิงเช่นเดียวกัน
เขายังจำได้ว่าตอนที่หลิงเซียวจากไป เขาเคยกล่าวอะไรบางอย่างที่ข้างหูหลานลั่วเฟิ่งด้วยความระมัดระวัง (คุณปู่พ่อบ้านก็คิดโยงมากเกินไป คนเขาแค่อยากพูดถ้อยคำหวานๆ บ้างและกลัวว่าถูกคนได้ยินแล้วจะอายก็เท่านั้น) บางทีตอนที่นายท่านหลิงเซียวจะจากไป เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติจึงบอกความลับนี้ให้กับหลานลั่วเฟิ่งเผื่อเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นหลานลั่วเฟิ่งก็บอกต่อให้กับหลิงหลานอีกที
ควรพูดว่า ความสามารถในการมโนของพ่อบ้านไม่ด้อยไปกว่าหลิงอวี่เลย เดิมทีหลิงหลานยังกังวลว่าจะอธิบายปัญหาเรื่องนี้ยังไง เนื่องจากความเข้