าใจผิดของสองคนนี้ มันจึงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
ต้องทราบว่าตั้งแต่ที่หลิงหลานเริ่มปรึกษาหารือเรื่องหลิงอี้ ความจริงแล้วเธอรู้สึกกังวลในใจมาตลอดว่าพวกเขาจะถามคำถามข้อนี้ แน่นอนว่าเธอคิดวิธีรับมือไว้แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าพวกเขาไม่ได้เอ่ยปากสอบถามเลยจนถึงตอนสุดท้ายที่จากไป นี่ทำให้หลิงหลานดีใจมาก และโล่งอกเช่นกัน ในเมื่อทุกคนต้องการเสแสร้ง เธอเองก็ยินดีคล้อยตามต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลิงหลานดีใจได้ไม่นานนักก็ถูกมิติการเรียนรู้คว้าตัวเข้าไปอย่างน่าเวทนา
ตอนกลางคืน หลังจากที่หลิงหลานพยายามทำตัวน่ารักขณะที่กินอิ่มหนำสำราญภายใต้คำชมเชยของหลานลั่วเฟิ่งแล้ว ในตอนที่เธอฮัมเพลงเตรียมตัวนอนลงก็สัมผัสได้ว่าสติของเธอถูกพลังดึงดูดอันน่ากลัวดึงออกจากร่างกายอีกครั้ง
เชี่ย! มาอีกแล้ว!
หลิงหลานชูนิ้วกลางของตัวเองใส่โลกที่มืดมิดอย่างหยาบคาย บริภาษความเผด็จการของมิติการเรียนรู้ว่าไม่รู้จักเคารพโฮสต์ แน่นอนว่าหลิงหลานกล้ากำเริบเสิบสานในเวลานี้เท่านั้น ไว้เมื่ออาจารย์หมายเลขหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา หลิงหลานย่อมเชื่อฟังจนไม่อาจเชื่อฟังไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้หมายเลขหนึ่งน่ากลัวขนาดนั้นล่ะ ความสามารถของเธอแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทีละน้อยก็ยิ่งสามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของอาจารย์หมายเลขหนึ่ง แค่สายตาที่ทอดมองครั้งเดียวก็สามารถสะกดเธอจนเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว…
หมายเลขหนึ่งที่มีใบหน้าเย็นชาเหมือนโลงศพปรากฏตั