ฉีหลงไม่ใช่คนที่กลัวการหาเรื่อง เมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้ก็กลอกตาใส่หลี่อิงเจี๋ย “เกินไป? ต่อให้เกินไปแล้วยังไง นายมีความเห็นเหรอ” บางครั้งฉีหลงก็ไร้เหตุผลมากอย่างชัดเจน เนื่องจากเขาไม่ได้ใคร่ครวญผลที่ตามมา เขาเชื่อว่าหานจี้จวิน เพื่อนสนิทเขาจะช่วยเขาจัดการได้ และตอนนี้เขาก็ยอมรับลูกพี่แล้ว ฉีหลงก็ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้น
แน่นอนว่า สีหน้าของหลิงหลานกับหานจี้จวินที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างมั่นคงเบื้องหลังเขาดูไม่ดีมากๆ พวกเขาสบตากันเองแวบหนึ่งและยิ้มฝืดเฝื่อน โดยเฉพาะหานจี้จวิน เขาพบว่าช่วงนี้ฉีหลงบุ่มบ่ามมากขึ้น นี่ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย เขาตัดสินใจว่ารอให้ไม่มีคนแล้วเขาจะขัดเกลาสมองฉีหลงให้ดี
ในที่สุดคำพูดของฉีหลงก็กวนโมโหสุนัขรับใช้หมายเลขหนึ่งที่อยู่ด้านหลังหลี่อิงเจี๋ย เขากระโดดออกมาตวาดว่า “ไอ้หนู แกรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”
“หลานชายคนที่สามของผู้นำตระกูลหลี่ไง” ฉีหลงแคะหูบ่งบอกว่าเขาไม่ได้หูหนวก ฟังได้ยินชัดเจนมาก
“เขายังเป็นอันดับหนึ่งของห้องพิเศษในปีนี้ เป็นนักเรียนลูกเสือที่มีอนาคตมากที่สุดของสหพันธรัฐในปีนี้” สุนัขรับใช้หมายเลขหนึ่งทำหน้าโอ้อวด ราวกับว่าเขาเป็นอันดับหนึ่ง
ใบหน้าของหลี่อิงเจี๋ยมีความอิ่มอกอิ่มใจอยู่บ้าง เขาเองก็ภาคภูมิใจมากเช่นกันที่ตัวเองสามารถกดพวกคนที่โดดเด่นและคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งมาได้
อันดับหนึ่ง? ฉีหลงเหลือบมองหลี่อิงเจี๋ยแวบหนึ่ง เขาไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายแข็งแ