“มีแค่พวกเราเท่านั้นที่รู้” หานจี้จวินชิงตอบก่อน
สีหน้าของหลิงหลานอ่อนลงทันที สถานการณ์ยังไม่นับว่าแย่มากเกินไป ตอนนี้หลิงหลานยังไม่ได้ตระหนักว่าในใจเธอยอมรับเด็กพวกนี้แล้วจริงๆ ดังนั้นจึงไม่สนใจว่าเด็กพวกนี้จะรู้เรื่องนี้
หานจี้จวินสังเกตสีหน้าของหลิงหลานอย่างละเอียด มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ การแสดงออกของหลิงหลานทำให้เขาดีใจมาก นี่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเองก็ยอมรับพวกเขาแล้ว
ฉีหลง ลั่วล่างและคนอื่นๆ ไม่ได้ครุ่นคิดละเอียดอ่อนอย่างหานจี้จวิน พวกเขาล้อมหลิงหลานด้วยสีหน้าเปล่งประกาย สอบถามความรู้สึกของหลิงหลานที่นั่งหุ่นรบเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนที่พวกเขาถามคำถามข้อนี้ หลิงหลานรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง เนื่องจากเธอไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี พูดไม่ได้เป็นอันขาดว่าเธอหมดสติไป
ไม่ได้ เพื่อที่จะปกป้องภาพลักษณ์ที่เจิดจ้าของเธอ เธอจะเผยจุดอ่อนข้อนี้ออกมาไม่ได้เป็นอันขาด
หลิงหลานกล่าวอย่างคลุมเครือว่า “รอวันข้างหน้าพวกนายขึ้นหุ่นรบด้วยตัวเองก็จะเข้าใจ”
พวกฉีหลงได้ยินก็ทำหน้าผิดหวังแน่นอน หลิงหลานก็รู้สึกเหมือนไม่รับผิดชอบต่อพวกเด็กๆ ที่เคารพยกย่องเธออยู่บ้าง ดังนั้นก็เลยเอ่ยเสริมว่าของบางอย่าง ถ้าคนอื่นบอกนายไป มันก็เป็นของคนอื่นไปตลอดกาล มีเพียงสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเป็นของตัวเอง
คำพูดนี้ฟังดูมีระดับอยู่บ้าง ดวงตาของพวกฉีหลงส่องประกายออกมาราวกับว่าถูกเปิดอะไรบางอย่าง พวกเขาถูกคำพูดลึก