รโดยไม่ลังเล เขาเอ่ยกับพวกฉีหลงว่า “พวกเราไปรับลูกพี่หลานด้วยกันเถอะ”
เวลานี้นับว่าหานจี้จวินคิดดีแล้ว ตอนนั้นเด็กอย่างพวกเขาที่อยู่ในกลุ่มทดสอบนี้ไม่ว่าใครก็ไม่ได้พูดสถานะของตัวเองออกมา พวกเขาจึงไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อแม่ของหลิงหลานเป็นใคร มาจากระบบไหน แต่ในขณะเดียวกัน หลิงหลานเองก็ไม่รู้เรื่องของพวกเขา ความจริงมันก็ยุติธรรมมาก ถ้าหากตอนนี้เขาไปยุ่งเรื่องสถานะที่แท้จริงของหลิงหลานอีก มันก็ดูใจแคบนิดหน่อยจริงๆ หานจี้จวินเลยเลือกจะปล่อยวางอย่างชาญฉลาดยิ่ง
ส่วนตัวหลิงหลานจะเหมาะให้พวกเขาคบหาหรือไม่ พวกเขามีเวลาที่จะตัดสิน ดังนั้นจึงไม่ต้องรีบร้อน หานจี้จวินตัดสินใจสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหานจี้จวิน ฉีหลงก็ตอบสนองเป็นคนแรก “เอาสิ เดี๋ยวฉันจะไปถามลูกพี่หลานว่าให้ฉันนั่งหุ่นรบตัวนั้นได้หรือเปล่า” ฉีหลงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
ถึงแม้ว่าลั่วล่างจะไม่ได้เอ่ยคำ แต่ในดวงตาเขาก็ส่องประกายความละโมบบอกกับทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีความคิดเหมือนกับฉีหลงทุกประการ
หานจี้จวินได้ยินคำพูดของฉีหลงก็อ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเขาก็หุบปากลงอย่างรวดเร็ว ในใจเขามีความคิดหนึ่งแล่นวาบขึ้นมาบางทีเขาอาจจะยืมคำถามของฉีหลงมาทดสอบนิสัยของหลิงหลานก็ได้…
………..
หลิงหลานเดินไปแทบจะประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว สุดปลายสายตาของเธอก็ปรากฏอาคารบางแห่งขึ้นมาอย่าง