ก็เหนือกว่าคนทั่วไป N เท่า)
หลิงหลานคิดว่าการจะทำให้ผู้คนลืมความเสียใจ ก็ต้องทำให้เขายุ่งขึ้นมา เวลาไม่ใช่ยารักษาที่ดีที่สุดเหรอ ดูเหมือนว่าหนังสือเล่มไหนสักเล่มจะเขียนแบบนี้…หลิงหลานเองก็ไม่สนแล้วว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ เธอใช้ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที เธอยื่นมือไปกุมมือของหลิงฉินไว้ และเอ่ยถามว่า “ไม่มีโฮเวอร์คาร์แล้ว พวกเราจะไปโรงเรียนยังไง”
เอาเถอะ หลิงหลานยังไม่ลืมเป้าหมายการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขา วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะเข้าเรียน หลิงหลานหวังว่าตัวเองจะไม่เป็นนักเรียนเพียงคนเดียวที่มาสาย กลายเป็นจุดสนใจของผู้คน บทเรียนเลือดของหลิงหัวบอกเธอแล้วว่า การถูกผู้คนจดจำนึกถึงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
หลิงฉินได้ยินคำถามของหลิงหลานก็ดึงสติทันที ไม่ผิด ตอนนี้ไม่ใช่เวลามารู้สึกเศร้าเสียใจ เขาจะให้หลิงหลานถูกบันทึกว่ามาสายไม่ได้เด็ดขาด จุดด่างพร้อยนี้จะฉุดคะแนนมากมายในตอนที่เธอสมัครสอบโรงเรียนทหารในอนาคต หลิงฉินมุ่งหวังอย่างแรงกล้ามากว่า เขาอยากให้หลิงหลานเข้าโรงเรียนทหารชายอันดับหนึ่งที่ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งที่สุดในสหพันธรัฐ…
เอาเถอะ ตอนนี้ลืมเรื่องเพศที่แท้จริงของหลิงหลานไปแล้ว ได้โปรดให้อภัยชายชราที่มีโรคความจำเสื่อมอย่างเป็นพักๆด้วย!
ไม่นึกเลยว่า หลิงฉินจะตัดสินใจขับหุ่นรบของหลิงหัวพาหลิงหลานไปที่สถาบันศูนย์กลางลูกเสือ ส่วนคนทรยศกับนักฆ่าพวกนั้นก็มอบให้หลิงอวี่ที่อยากสลับหน้าที่ทำงานกับหลิงฉิน