้นั้นหนักมากเกินไปแล้ว เขามองไปทั่วๆ ทว่าไม่พบร่างของหลิงหลาน เขาก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากว่า “ผู้อาวุโสฉิน เกิดอะไรขึ้น คุณชายหลานละครับ? ทำไมถึงไม่เห็นคุณชายหลาน เกิดเรื่องขึ้นหรือเปล่าครับ”
หลิงฉินรีบเอ่ยปลอบขวัญว่า “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร คุณชายหลานปลอดภัยดี เขากำลังซ่อนตัวอยู่!”
เขาหันหน้ามองไปที่หลิงหัว เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายหลานฉลาดมาก และก็เยือกเย็นมากเช่นกัน ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ด้อยไปกว่าผู้นำตระกูลหลิงคนไหนเลย นายจะชอบเขา”
น้ำเสียงของหลิงฉินดูเย่อหยิ่งภาคภูมิใจในตนเอง ความเยือกเย็นและความสงบนิ่งที่หลิงหลานแสดงออกมาในช่วงเวลาวิกฤติยอดเยี่ยมมากเกินไปแล้วจริงๆ เกรงว่าต่อให้เป็นหลิงเซียวพ่อของหลิงหลานในวัยหกขวบก็อาจจะสู้หลิงหลานไม่ได้
ถึงแม้ว่าหลิงฉินกับหลิงหลานจะกระโดดออกมาจากในรถด้วยกัน ทว่าหลิงฉินยังคงแบ่งความสนใจสังเกตการกระทำของหลิงหลานไปด้วย กลัวว่าหลิงหลานจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและเลือกทำอะไรผิดพลาด ไม่นึกว่าการกระทำของหลิงหลานจะทำให้เขาตื่นเต้นดีใจไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นเลือกสิ่งของกำบังกลางอากาศ หรือว่าจัดการจุดร่อนลงสุดท้ายต่างก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ กลับกลายเป็นว่าจนถึงตอนสุดท้ายจุดที่หลิงฉินเลือกซ่อนตัวกลับถูกค้นพบเสียเอง ท้ายที่สุดเขาก็ได้แต่อาศัยการต่อสู้สุดชีวิตเพื่อหวังจะมีโอกาสรอดเท่านั้น
หลิงฉินยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกดลึกขึ้นเรื่