ิตรให้กับหลิงหลาน เขาไม่ใช่คนที่สันทัดเรื่องการพูดจา และก็ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับเด็กคนหนึ่งอย่างไร แต่ว่ารอยยิ้มย่อมไม่เลวอยู่แล้ว
หลิงหลานจ้องมองเขาอย่างสงสัย เธอยื่นมือไปดึงชายเสื้อของพ่อบ้านหลิงฉิน บอกใบ้พ่อบ้านหลิงฉินให้แนะนำชายสองคนตรงหน้าแก่เธอว่าเป็นใคร
หลิงฉินชี้ไปที่หลิงหัวพลางเอ่ยว่า “เขาชื่อหลิงหัว เป็นผู้คุ้มกันของตระกูลหลิง หัวหน้าหน่วยหุ่นรบของตระกูลหลิง รับหน้าที่คุ้มครองผู้นำตระกูลให้ปลอดภัยเวลาออกไปทำงานข้างนอก ครั้งนี้เขารับผิดชอบพาหน่วยรบปกป้องพวกเราอย่างลับๆ ครับ” หลังจากนั้นก็ชี้ไปยังหลิงอวี่ที่อยู่ด้านข้างซึ่งกำลังวางท่าให้ดูเป็นพี่ชายที่สนิทสนมกับหลิงหลาน และพูดว่า “ไอ้หนูนี่ชื่อหลิงอวี่ เป็นสมาชิกทีมของหน่วยรบ คุณชายหลานเลือกเมินเขาไปก็ได้ครับ” หลิงอวี่มีนิสัยอยู่ไม่สุขแบบนี้ หลิงฉินกลัวว่าหลานสนิทสนมกับเขามากไปจะติดนิสัยเอาได้ ดังนั้นเขาเลยอยากจับแยกตั้งแต่เริ่มแรก
หลิงหลานผงกศีรษะให้กับหลิงหัว หลังจากนั้นก็เอ่ยถามพ่อบ้านหลิงฉินว่า “หน่วยหุ่นรบเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ถึงได้ไม่ตามพวกเรามา”
หลิงอวี่แลบลิ้นด้วยความประหลาดใจ “คุณชายหลาน คุณรู้ได้ยังไงว่าพวกเราเจอปัญหา”
หลิงหลานกลอกตาด้วยความไม่สบอารมณ์ และกล่าวด้วยความเหยียดหยามว่า “ไม่งั้นพวกนายจะมาถึงช้าขนาดนี้เหรอ”
แววตาของหลิงหัวเปล่งประกายฉับพลัน เขาหลุบเปลือกตาลงอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนความคิดทุกอย่างของเ