ั้นคล้ายกับแฝงความไม่ยินยอมและโกรธเกรี้ยวอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเขาก็เห็นสภาพความเป็นจริงกับตาก่อนที่จะตายว่าเขาถูกหัวหน้าทีมทอดทิ้ง
ดวงหน้าเย็นชาของหลิงฉินถูกเลือดที่สาดออกมาย้อมเป็นสีแดง กลิ่นเลือดเข้มข้นสามารถทำให้คนปกติอาเจียนด้วยความขลาดเขลา แต่หลิงฉินคล้ายกับคุ้นชินกลิ่นเลือดมาก เขาใช้ลิ้นเลียเลือดที่มุมปากเบาๆ คุณปู่ฉินซาดิสต์ไปแล้ว! หลิงหลานเห็นตรงนี้ก็อดตะโกนอย่างบ้าคลั่งในใจไม่ได้ ให้ตายสิ พวกคนข้างตัวเธอต่างเป็นใครกันเนี่ย…
สีหน้าของหลิงฉินเหมือนกับลุ่มหลงมากและดูเคลิบเคลิ้มเล็กน้อยนานแล้วที่ไม่ได้ชิมรสชาติเลือดแบบนี้!
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเปล่งประกายไฟโชติช่วงขึ้นมา สมัยหนุ่มๆ เขาคลานออกมาจากกองซากศพกับบิดาของหลิงเซียว เขาคุ้นชินกับการเข่นฆ่าแบบนี้มากเกินไปแล้วจริงๆ น่าเสียดายตั้งแต่หลิงเซียวเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมขั้นเทวะแล้ว เขาก็บอกลากับยุคสมัยแห่งการนองเลือดเมื่อก่อนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าหลิงฉินอยากล้างมือในอ่างทอง[1] หรอกนะ แต่ผู้ควบคุมขั้นเทวะเป็นอาวุธสูงสุดของสหพันธรัฐ ไม่มีใครกล้าแบกรับผลจากการยั่วโทสะของผู้ควบคุมขั้นเทวะหรอก
หลิงฉินนึกว่าการอบรมปลูกฝังคุณธรรมให้ตัวเองมาหลายปีจะทำให้เขาลืมความโหดเหี้ยมในตอนนั้นไปแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าการกลับมาทำอาชีพเดิมในวันนี้ยังคงทำให้เลือดของเขาพลุ่งพล่าน การสังหารผู้คนช่างเป็นเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญสามารถลงมือโดยที่ไม่ต้องคิดจริง