ๆ นี่ทำให้เขามีความสุขมาก สัตว์ร้ายที่เดิมทีถูกขังอยู่ในใจถูกปลดปล่อยในชั่วพริบตา
หลิงฉินยิ้ม แท้จริงแล้วเขายังคงชื่นชอบการสังหารอยู่
เวลานี้หลิงหลานลอบปาดเหงื่อ ไม่นึกเลยว่าคุณปู่พ่อบ้านเคร่งขรึมจริงจังที่อ่อนโยนเมตตาต่อเธอมากๆ จะเป็นคนอำมหิตสุดขีดเหมือนกัน จังหวะการฆ่านั้นเป็นแบบเรียนได้เลย รอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้คนตัวสั่นเป็นลูกนก
หลิงหลานรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกำลังเต้นระส่ำ…เชี่ยเอ้ย ต่อไปเธอจะยั่วโมโหคุณปู่พ่อบ้านไม่ได้เด็ดขาด! หลิงหลานติดป้ายพ่อบ้านหลิงฉินว่าเป็นคนที่ไม่สามารถกวนโมโหได้โดยไม่ลังเล
หลิงฉินทำการโจมตี เดิมทีเขาก็กอดความคิดที่ว่าจะต้องตายขณะไปจู่โจม ดังนั้นเมื่อฆ่าศัตรูคนแรกแล้ว ก็ไม่ได้หยุดมือ หากแต่พุ่งเข้าไปหาคนที่สองอย่างรวดเร็ว
พลังรบของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างยิ่งจริงๆ หลิงฉินที่อายุมากแต่ก็ยังแข็งแรง ความสามารถในการต่อสู้ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนสมัยหนุ่มๆ เลย เมื่อเขาจัดการศัตรูคนที่สามอย่างราบรื่นแล้วก็ได้ยินหัวหน้าทีมที่นำกลุ่มคนนั้นตะคอกใส่อุปกรณ์สื่อสารด้วยความเดือดดาลว่า “ระยำ ฉันให้นายยิงนะ! ยิงสิวะ…”
แท้จริงแล้วหัวหน้าทีมไม่ยอมแพ้ ในตอนที่หลิงฉินเตรียมสังหารลูกน้องอีกสองคน เขาก็ยังคงพยายามติดต่อกับโฮเวอร์คาร์ สั่งให้พวกเขายิงปืนใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ชัดเจนมาก คำตอบที่เขาได้รับยังคงเป็นความเงียบ และความเงียบนี้ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังในเวลานี้
เ