ัญกับผลสอบของตัวเอง การกระทำที่เห็นแก่ตัวแบบนี้กระตุ้นความโกรธของผู้คุมสอบในที่สุด เขาตัดสินใจจะไม่ให้หลิงหลานมีโอกาสเข้าห้องพิเศษ สหพันธรัฐไม่อาจฝึกอบรมให้กับเด็กที่เย็นชาไร้หัวใจเอาแต่สนแค่ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นพิเศษได้แน่นอน ต่อให้เขากลายเป็นทหารก็จะนำภัยมาสู่สหพันธรัฐและเพื่อนร่วมรบที่อยู่ข้างกายเขา
ยังไม่ทันที่ผู้คุมสอบจะตวาดด้วยความเดือดดาล ฉากต่อมาก็ทำให้ผู้คุมสอบตะลึงงันไป
เขาเห็นหลิงหลานเดินไปหาฉีหลงที่กำลังนอนกระอักเลือดสลบไสลอยู่บนพื้น จากนั้นก็ใช้ขาเตะไปที่ร่างกายของฉีหลงแรงๆ และเอ่ยด้วยความจนใจว่า “เอาล่ะ จัดการเสร็จแล้ว ยังไม่ลุกขึ้นมาอีก? ไม่แสดงโอเวอร์ไปหน่อยเหรอ”
ฉีหลงลุกขึ้นมานั่งฉับพลันและพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแหยๆ ว่า “อัดเขาจนล้มแล้วจริงๆ เหรอ” ในระหว่างที่กล่าวก็ยังคงมองเห็นเลือดไหลรินออกมาจากในปากได้ ทำให้คนที่เห็นต่างรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง
หลิงหลานเอ่ยด้วยความลำพองใจ “แน่อยู่แล้วสิ ไม่ดูเลยว่าฉันเป็นใคร” เธอยังต้องทำตัวเหมือนเด็กในเวลาที่ควรทำตัวเป็นเด็ก หลิงหลานรู้ว่าตัวเองแสดงออกมากเกินไปหน่อยแล้ว เลยได้แต่กอบกู้ภาพลักษณ์สุดชีวิต
ฉีหลงพยักหน้าติดต่อกันและพูดด้วยความนับถือว่า “อื้อ หลิงหลาน นายแข็งแกร่งกว่าฉันจริงๆ” เขากล่าวจบก็เอ่ยด้วยสีหน้าขอความดีความชอบ “ฉันแสดงได้ไม่เลวมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ”
หลิงหลานพยักหน้ารับโดยที่ไม่มีความจริงใจมากเท่าไรนัก และยัง