งหนักหน่วง เหงื่อบนหน้าผากเริ่มหลั่งลงมาเช่นกัน คล้ายกับบอกทุกคนว่า เรี่ยวแรงของเธอจะยืนหยัดต่อไปไม่ไหว จะล้มลงไปในอีกวินาทีข้างหน้า
สภาพย่ำแย่ของหลิงหลานกับฉีหลงทำให้เสียงเชียร์ของพวกเพื่อนๆ ตัวน้อยเริ่มเบาลงจนกระทั่งหายไป สีหน้าของทุกคนต่างดูผิดหวังและไม่ยินยอม ความหวังที่อยากจะอัดผู้คุมสอบดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้แล้วจริงๆ
หานจี้จวินกับลั่วล่างสบตากันเองแวบหนึ่ง ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็เห็นรอยยิ้มเจ็บปวดระคนกลัดกลุ้ม อันที่จริงผลสรุปนี้ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในการคาดการณ์ของพวกเขา เพียงแต่ในใจกลับไม่ยินยอมเลย พวกเขาคาดหวังว่าฉีหลงกับหลิงหลานจะสร้างปาฏิหาริย์ให้พวกเขาได้
ไม่มีความหวังแล้วจริงๆ เหรอ
เวลานี้เองฉีหลงที่กระโจนเข้าไปโจมตีก็ได้เผชิญหน้ากับผู้คุมสอบและปล่อยกระบวนท่าใส่อีกครั้ง คราวนี้เนื่องจากเรี่ยวแรงของเขาทนต่อไปไม่ไหว ฉีหลงเลยถูกพลังป้องกันมหาศาลของผู้คุมสอบผลักให้ถอยหลังไปหลายก้าว
ฉีหลงถอยร่นไปหลายก้าวจนสูญเสียความมั่นใจ กำลังใจที่เดิมทีฝืนให้ตัวเองยืนหยัดต่อสู้ก็คลายออก เขาเริ่มยืนไม่มั่นคงราวกับว่ากำลังจะล้มลงไป หลิงหลานเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งตัวขึ้นหน้าไปพยุงเขาไว้ จากนั้นก็กระทืบเท้าเบาๆ พาเขาออกห่างจากผู้คุมสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเว้นระยะห่างกับผู้คุมสอบ
“นายไม่เป็นไรใช่ไหม!” หลิงหลานที่หันหลังให้กับผู้คุมสอบเอ่ยถามขณะกุมมือของฉีหลงไว้ด้วยความร้อนใจ
สีหน้าของฉีหลงดูหวั