่นไหว จิตใจสั่นสะท้าน ราวกับเพราะว่าความเป็นห่วงของหลิงหลานทำให้เขามีความเชื่อมั่นและความกล้าในการต่อสู้อีกครั้ง เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าแรงๆ เพื่อบ่งบอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร
หลิงหลานหันตัวไปมองผู้คุมสอบแล้วเอ่ยอย่างตัดสินใจสู้ตายว่า “ถ้างั้นพวกเราก็ต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้ให้ดีๆ” สภาพภายนอกของทั้งสองคนบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่สามารถสู้ต่อไปได้แล้ว
ฉีหลงกำหมัดขวาของตัวเอง เอ่ยด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวว่า “ได้!” เขากล่าวจบก็ใช้มือขวาเช็ดใบหน้าตัวเองแรงๆ เหมือนกับจะเช็ดเหงื่อออกไป และก็เหมือนกับจะลบความเหนื่อยล้า มอบความเชื่อมั่นให้ตัวเอง จิตใจที่มุ่งมั่นในการต่อสู้ภายในแววตาของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนเขายังกระฉับกระเฉงกว่าตอนแรกเสียอีก
ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าจะแพ้ แต่เขาก็จะไม่หดหัว เพราะว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขา ตัดสินชี้ขาดไม่รุ่งก็ร่วง
การกระทำของฉีหลงกับหลิงหลานทำให้ผู้คุมสอบพอใจสุดขีด ความห่วงใยรักปกป้องพวกพ้อง เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ต่อให้พ่ายแพ้ก็ยังมีความกล้าต่อสู้จนถึงที่สุด สิ่งเหล่านี้ต่างก็เป็นของที่ทหารชั้นยอดควรมี และเด็กสองคนนี้ต่างก็มีพวกมัน นี่หาได้ยากมาก เขาดีใจที่ตัวเองสามารถหาหน่ออ่อนที่ดีเลิศขนาดนี้เจอ
ฉีหลงลงมือโจมตีเป็นคนแรก ถึงแม้ว่าหมัดที่ต่อยติดต่อกันหลายชุดจะมีความเร็วและพลัง แต่ผู้คุมสอบก็ยังหลบได้สบายอยู่ดี ไม่มีทางแล้ว ฉีหลง