วินเห็นดังนั้นก็กล่าวปลุกใจทันทีว่า “ยังเหลือรอบสุดท้าย ไม่ว่ายังไงก็ต้องยืนหยัดต่อไปให้ได้ จะให้ใครหลุดออกจากกลุ่มไม่ได้เป็นอันเด็ดขาด”
“ได้!” เด็กคนอื่นๆ อีกเก้าคนที่รวมหลิงหลานอยู่ข้างในด้วยต่างตอบรับเสียงดัง รอบสุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องสู้
หานซู่หย่าสูดลมหายใจฉับพลัน เธอตะโกนว่า “ฉีหลง วางฉันลง”
“เกิดอะไรขึ้น” ฉีหลงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“รอบสุดท้าย ฉันทำได้” เป็นไปได้อย่างไรที่หานซู่หย่าจะไม่รับรู้ถึงความเหนื่อยล้าของฉีหลง เธอจะให้ตัวเองส่งผลกระทบต่อคะแนนของฉีหลงไม่ได้ ฉีหลงอยากเข้าห้องสเปเชียลเอ ต่อให้เธอจะวิ่งจนสลบไป รอบสุดท้ายเธอจะเป็นคนวิ่งเอง จะเป็นภาระให้ฉีหลงอีกไม่ได้
ทางด้านลั่วเฉาเองก็ให้ลั่วล่างวางตัวเองลงเหมือนกัน เหตุผลก็แทบจะไม่ต่างกันเลย นั่นก็คือไม่อยากให้ตัวเองส่งผลกระทบต่อคะแนนของพี่ชายอีก พวกเธออยากให้ฉีหลงกับลั่วล่างเร่งความเร็วในการวิ่งรอบสุดท้าย ช่วงชิงเวลาที่ดีที่สุดไป
หานจี้จวินเห็นดังนั้นก็เอ่ยห้ามปรามทันทีว่า “ถึงรอบสุดท้ายแล้ว ถ้าหากเราไม่สามารถวิ่งไปถึงเส้นชัยด้วยกันได้ งั้นการยืนหยัดของพวกเราก่อนหน้านี้ก็ไร้ความหมายแล้ว นอกจากนี้ พวกนายควรรู้ไว้ว่าสิ่งที่ต้องทำในการกลายเป็นทหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก็คือ จะทอดทิ้งเพื่อนร่วมรบคนไหนไม่ได้เป็นอันขาด!”
คำพูดของหานจี้จวินทำให้จิตวิญญาณทุกคนสั่นสะท้าน เด็กที่มีไหวพริบหลายคนเข้าใจทันที หานซู่หย่ากับลั่