วิ่งไปได้ไม่นาน อากาศที่เดิมทีสดใสจู่ๆ ก็มีหมอกดำปกคลุมอย่างแน่นหนา เสียงสายฟ้าดังสะเทือนลั่น ฉีหลงที่อยู่ด้านหน้าสุดอดสบถออกมาไม่ได้ “ทำไมโชคร้ายขนาดนี้ พอถึงตาพวกเราสอบก็มีฝนตกกระหน่ำเนี่ยนะ ทุกคนเร็วอีกหน่อย ไม่งั้นพอฝนตกลงมาจริงๆ พวกเราจะวิ่งลำบากขึ้นมาก ผลสอบของเราจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน”
ในตอนที่ฉีหลงกล่าวจบแล้วก็คิดจะเร่งความเร็วอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของหานจี้จวินดังมาจากทางด้านหลังว่า “อาหลง อย่าเร่งความเร็วนะ รักษาจังหวะเดิมเอาไว้”
ฉีหลงอึ้งไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหานจี้จวินอยากจะหยุดยั้งการกระทำของเขา ถ้าฝนตกลงมาจริงๆ ละก็ การวิ่งท่ามกลางสายฝนจะกินแรงกายของตัวเองมากขึ้น และยังลดความเร็วของพวกเขาลงด้วย ควรรู้ว่าคะแนนการสอบครั้งนี้จะวัดผลตามเวลาที่พวกเขาไปถึง ถ้าหากไม่คว้าเวลานี้วิ่งให้เร็วมากขึ้นหน่อย เช่นนั้นจะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ล่ะ
ถึงแม้ว่าฉีหลงจะรู้สึกงุนงงสับสนมาก แต่เขามีข้อดีอันใหญ่หลวงอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือรู้จักตัวเองมาก เขารู้ว่าหานจี้จวินเพื่อนสนิทของเขามีปฏิภาณไหวพริบเยอะกว่าเขามาก สมองอันชาญฉลาดทำให้เขาเกิดความรู้สึกต่างๆ นานาทั้งอิจฉา ริษยาและเคืองแค้น ในเมื่อเพื่อนซี้พูดแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องพบของบางอย่างที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นแน่นอน ความเป็นจริงที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่า เชื่อฟังหานจี้จวินไว้จะไม่ผิดพลาดเสมอ และเขาก็เชื่อมั่นในพี่น้องเขาแน่นอน
ดังนั้น