ฉีหลงจึงละทิ้งความคิดของตัวเองโดยไม่ลังเล และยังคงรักษาความเร็วในการวิ่งขึ้นหน้าแต่เดิมไว้ ต้องพูดว่านอกจากลั่วล่างแล้ว มีเด็กในกลุ่มของหลิงหลานไม่กี่คนที่มีนิสัยชอบเอาชนะ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ลั่วล่างจะเป็นคนหยิ่งผยอง ทว่าเขาก็เป็นเด็กฉลาด เขาเองก็ได้ยินคำพูดของหานจี้จวินที่กล่าวเตือนฉีหลง ดังนั้นเขาก็ไม่ได้เร่งความเร็ว และยังคงวิ่งตามติดฉีหลงไว้เช่นกัน
ในหมู่แวดวงของพวกเขา ความฉลาดของหานจี้จวินเป็นที่รู้กันดี ลั่วล่างเองก็นับถือหานจี้จวินมากเช่นกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่หานจี้จวินจะกลายเป็นเพื่อนสนิทของไอ้โง่ฉีหลง ทำให้เขารู้สึกเสียดายไม่หยุด เสียใจว่าตัวเองลงมือช้าไป ไม่สามารถคบหากับหานจี้จวินได้ ไม่อย่างนั้นไอ้ฉีหลงนั่นไม่มีทางมีโอกาสหรอก
เด็กคนอื่นก็รักษาความเร็วแรกเริ่มไว้เช่นกัน พวกเขาตามติดกลุ่มไว้เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองจะไม่หลุดออกจากกลุ่ม เด็กที่มีคุณสมบัติเข้าสอบสถาบันศูนย์กลางลูกเสือต่างก็ไม่ใช่คนโง่อะไร การทะเลาะกันของฉีหลงกับลั่วล่างทำให้พวกเขารู้ว่าพลังทุกส่วนของสองคนนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก ในเมื่อคนที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขาต่างไม่กลัวเสียเวลา พวกเขายังจะไปกลัวอะไรอีกล่ะ
หานจี้จวินเร่งความเร็วสองก้าววิ่งเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหลาน เขาเอ่ยถามเสียงเบาว่า “หลิงหลาน นายคิดว่าไง” หานจี้จวินรู้สึกมาตลอดว่าหลิงหลานต้องสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแน่นอน นี่เป็นลางสังหรณ์ของคนฉลาด
“นา