ยเองก็สังเกตเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ” หลิงหลานปรายตามองหานจี้จวินด้วยสายตาเหมือนได้รับบาดเจ็บ ให้ตายสิ นี่สิถึงจะเรียกว่าพรสวรรค์ที่สวรรค์อำนวยพรให้ เพิ่งจะอายุหกขวบก็สามารถสังเกตเห็นปัญหาได้อย่างเฉียบแหลม ช่างทำร้ายคนมากเกินไปจริงๆ
ควรทราบว่าการที่เธอสามารถมองปัญหาออกได้เป็นเพราะว่าเธอมีชีวิตอยู่มาแล้วสองชาติ รวมไปถึงการทดสอบบีบบังคับต่างๆ นานาที่มิติการเรียนรู้มอบให้ในห้าปีกว่ามานี้ ทำให้เธอได้รับประสบการณ์อันล้ำค่า โดยเฉพาะปีนี้หลิงหลานไม่มีภารกิจฝึกฝนอันใหม่ก็เลยถูกหมายเลขหนึ่งใช้วิธีต่างๆ มาทรมาน ทำให้ตอนนี้เธอต้องใคร่ครวญหลายชั้นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเห็น จนกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณของเธอไปแล้ว
หานจี้จวินไม่ได้ตระหนักเลยว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของหลิงหลานได้รับบาดเจ็บ เขาตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “อื้อ ไม่ว่าพวกเราจะเร่งความเร็วหรือไม่ สิ่งที่จะมาก็ต้องมา บางทีพวกเขาอาจจะอยากเห็นพวกเราลนลานสับสนก็ได้”
“ผู้คุมสอบไม่ได้ระบุระยะทาง ฉันสงสัยว่า…การสอบนี้จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเส้นชัย” หลิงหลานบอกความเห็นของเธอออกมา ความเฉลียวฉลาดของหานจี้จวินทำให้หลิงหลานพูดโดยไม่ปิดบังอีกต่อไป
ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็นเด็กแล้ว พออยู่กับอัจฉริยะระดับปีศาจ เธอก็ไม่ได้ดูเป็นอัจฉริยะระดับปีศาจ ชัดเจนขนาดนั้น หลิงหลานน้ำตานองหน้าด้วยความตื้นตันใจ หกปีมานี้เธอใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย
คำพูดของหลิงหลา