็น และวาดเค้าโครงเดิมของทั้งห้องในสมอง
ควรพูดว่าสนามกีฬาซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมจำลองที่ปรากฏออกมาให้ทุกคนดูเหมาะสมมาก เนื่องจากลู่วิ่งของสนามกีฬาเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ทุกคนที่วนอยู่ข้างในห้องหลายรอบจนยากจะนับไหวต่างไม่ได้สงสัยเลยว่าตัวเองอยู่ในห้องปิดแห่งหนึ่งเท่านั้น
พวกหลิงหลานสิบคนวิ่งไปอีกหลายพันเมตรก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาวิ่งจนนับรอบไม่ได้แล้ว ทว่าไม่มีผู้คุมสอบสักคนเดินเข้ามาเตือนว่ายังเหลืออีกกี่รอบ การเดินทางที่ไม่รู้จบนี้ทำให้เด็กที่มีพละกำลังค่อนข้างด้อยรู้สึกหวั่นไหว โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงทั้งสอง ความเร็วของพวกเธอช้าลงและตกไปอยู่รั้งท้ายสุด
ลั่วล่างและหานจี้จวินที่เป็นญาติพี่น้องของเด็กหญิงทั้งสองกลับทำเป็นมองไม่เห็นกับสถานการณ์แบบนี้ และยังคงวิ่งไปข้างหน้าโดยที่รักษาความเร็วแต่เดิมเอาไว้
หลิงหลานเห็นแล้วก็ขมวดคิ้วไม่ช่วยพวกเธอหน่อยเหรอ
หานจี้จวินคล้ายกับมองเห็นความลังเลของหลิงหลานก็รีบอธิบายว่า “อยากจะกลายเป็นทหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะต้องอาศัยความสามารถของตัวเอง การช่วยเธอจะเป็นการทำร้ายเธอ เมื่อเราอยู่ในสนามรบ เราจะพึ่งพาอาศัยคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไปไม่ได้”
คำพูดของหานจี้จวินดูมีเหตุผลมาก หลิงหลานเองก็ไม่ใช่แม่พระที่ต้องช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้ ตอนที่เธอเพิ่งจะคิดว่าไม่สนใจไยดีนั้น ก็มีความคิดหนึ่งแล่นปราดในสมองทำให้เธอรู้สึกตื่นตกใจทันที
การสอบนี้เป็นแค่การสอบความอดทนและความเร็ว