ธอกังวลว่าจะปลอบเสี่ยวซื่อที่ดูเหมือนถังระเบิดมากขึ้นเรื่อยๆ ให้สงบลงอย่างไรดี
ในขณะที่หลิงหลานกำลังปลอบเสี่ยวซื่อที่บ้าคลั่งอยู่นั้น ลั่วล่างก็ได้สติขึ้นมาในชั่วพริบตาเนื่องจากเสียงหัวเราะของพวกเพื่อนๆ ที่อยู่ข้างๆ และพบว่าตัวเองขายหน้าอีกแล้ว ดังนั้นใบหน้าขาวผ่องของเขาก็ขึ้นสีแดงเลือดฝาดออกมาสองดวงก่อนจะลามไปถึงหู
หลังจากนั้น ตัวเขาที่ขุ่นเคืองจากความอับอายก็กระโจนเข้าใส่หลิงหลานด้วยความเดือดดาล…เอ่อ ฉีหลงที่อยู่ด้านข้างกดเขาไว้จนล้ม แล้วทั้งสองคนก็ต่อสู้กันอย่างรวดเร็วเช่นนี้เอง
ฉีหลงกับลั่วล่างต่อสู้พัวพันกันเป็นกลุ่มก้อน ในฐานะหานจี้จวินเป็นเพื่อนสนิทของฉีหลง เขาก็ไม่ได้ห้ามปราม หากแต่ดึงหลิงหลานกับหานซู่หย่ามาหลบที่ด้านข้างและเฝ้าดูอย่างเอื่อยเฉื่อย ส่วนน้องสาวของลั่วล่างก็ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างเงียบๆ เธอหลบอยู่ด้านข้างและมองพี่ชายตัวเองด้วยแววตากังวลเท่านั้น
กว่าหลิงหลานจะปลอบเสี่ยวซื่อลงได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จากนั้นเธอก็พบว่าไม่มีคนเข้าไปไกล่เกลี่ยให้เลิกทะเลาะกันเลย นี่ทำให้หลิงหลานรู้สึกประหลาดใจมาก ควรทราบว่าในยุคของเธอ เวลาที่เด็กทะเลาะกันทุกครั้งจะต้องถูกคนจับแยกและห้ามปรามทันที ทว่าที่นี่ เจ้าหน้าที่บนสนามกีฬาก็อยู่ไม่ไกล มองเห็นสถานการณ์ทางด้านนี้ได้ชัดเจน แต่พวกเขากลับทำเหมือนกับมองไม่เห็น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลิงหลานรู้สึกกว่าสามมุมมองของตัวเองกำลังถูกโลกใบนี