านนอก บางทีเธอกลัวว่าความกังวลสับสนวุ่นวายของเธอจะส่งผลต่อการแสดงความสามารถของหลิงหลาน ดังนั้นก็เลยเฝ้าอยู่ด้านนอกรอคอยผลลัพธ์สุดท้ายของการสอบ
หลิงหลานพยักหน้าอย่างน่ารักพลางกล่าวว่า “อื้อ หลิงหลานจะต้องทำให้ได้ คุณแม่โปรดวางใจเถอะครับ คุณปู่ฉินเองก็โปรดวางใจด้วยเหมือนกัน” ทำตัวแอ๊บแบ๊วเป็นเรื่องน่าอับอายมาก แต่ถ้าไม่แอ๊บแบ๊วก็ไม่มีทางปลอบพวกคนที่รักเอ็นดูเธอได้เลย หลิงหลานได้แต่ทำหน้าหนาเข้าไว้
หลิงหลานย่ำเท้าเข้าไปในห้องสอบท่ามกลางสายตาปลื้มอกปลื้มใจของหลิงฉิน
ในเขตพื้นที่ทดสอบพละกำลัง มีทหารสองคนที่สวมชุดเครื่องแบบกำลังนั่งอยู่ภายในห้องแห่งหนึ่ง ทหารคนหนึ่งกำลังพลิกอ่านผลคะแนนการสอบสติปัญญาของหลิงหลานรวมไปถึงคำวิจารณ์ของผู้คุมสอบที่รับหน้าที่ทดสอบด้วย เวลานี้แปดสิบคะแนนที่ดูไม่ได้มากๆ นี้ปรากฏขึ้นสู่สายตา ทำให้เขานิ่วหน้าโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อเห็นคำวิจารณ์ของผู้คุมสอบที่อยู่ด้านล่างแล้ว เขาก็อดส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้น” ทหารอีกคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เยือกเย็น ไม่มีความคิดก้าวกระโดด ขาดพื้นที่จินตนาการ…พวกเรารับหน้าที่ทดสอบเด็กมาเกือบสามปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นคำวิจารณ์แบบนี้มาก่อน”
ทหารอีกคนได้ยินคำวิจารณ์พวกนี้ก็กล่าวด้วยความไม่พอใจอย่างมาก “ฉันจะไม่พูดถึงคำพูดประโยคอื่นนะ แต่ว่าเยือกเย็นไม่ดีเหรอ ในสงครามมีแค่คนที่เยือกเย็นเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ คะ