้งสองท่าน หลิงหลานมาเข้าสอบแล้วครับ” หลิงหลานเข้ามาในห้องก็เห็นทหารสองนายกำลังพุดคุยอะไรบางอย่างเสียงเบา เธอเดินไปที่ตรงหน้าห่างจากพวกเขาประมาณสองเมตร ก่อนจะยืนตรงเอ่ยเตือนเสียงดัง
“มีมาดดี” ทหารหนึ่งในนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม พวกเขาเห็นเด็กที่ดูระมัดระวังจิตใจว้าวุ่นจนชินแล้ว ดังนั้นจู่ๆ พอมีเด็กที่กล้าหาญไม่เกรงกลัวอะไรโผล่มา พวกเขาจึงรู้สึกสนใจมาก
เดิมทีหลิงหลานก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง บวกกับทนรับรัศมีความน่ากลัวที่สามารถฆ่าคนได้ของอาจารย์หมายเลขหนึ่งมาก่อนแล้ว ทหารตัวเล็กๆ สองคนตรงหน้าที่แทบจะดูไม่มีอำนาจอะไร ทำให้เธอไม่รู้สึกถึงแรงกดดันอะไรเลยจริงๆ
ทหารอีกคนหัวเราะและชี้ไปที่บาร์เบลแถวหนึ่งที่อยู่ชิดมุมกำแพง “ยกบาร์เบลที่เธอสามารถยกขึ้นมาได้ อย่าฝืนมากเกินไป พวกเราแค่ทดสอบ ไม่ใช่การแข่งขัน”
หลิงหลานได้ยินแล้วก็ผงกศีรษะ เธอเดินไปที่ตรงหน้าบาร์เบลก่อนจะเห็นว่าด้านหน้าบาร์เบลแต่ละอันต่างมีป้ายซึ่งเขียนน้ำหนักของบาร์เบลเอาไว้ หลิงหลานเข้าใจร่างกายของตัวเองดี ควรรู้ไว้ว่าเธอฝึกฝนขั้นพื้นฐานของทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่สืบทอดกันมาในตระกูลหลิงสำเร็จแล้ว ตอนนี้เธอเข้าสู่การฝึกฝนทักษะการต่อสู้ เธอย่อมเข้าใจพละกำลังของตัวเองดีว่าอยู่ตรงจุดไหน
หลิงหลานไม่ได้เลือกทันที หากแต่หันหน้ากลับไปถามว่า “บอกผมได้ไหมครับว่าคะแนนเต็มอยู่ที่น้ำหนักเท่าไร” คะแนนสติปัญญาต่ำแล้ว ทำให้หลิงหลานจำเป็นต้องไขว่คว้าคะ