มคิดที่ไม่สมควรคิดขึ้นมา โชคยังดีที่พ่อบ้านหลิงฉินสืบการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเร็วกว่าก้าวหนึ่งจึงเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
“กล้ามาแตะบำเหน็จความชอบของหลิงเซียวเหรอ” หลานลั่วเฟิ่งกวาดสายตามองดูแขกรอบหนึ่ง มีคนมากมายที่เหมือนกับกำลังดูเรื่องสนุก แน่นอนว่าก็มีคนที่ดูเป็นห่วงจริงๆ อันที่จริงแล้วครั้งนี้ก็ไม่เลวเลยเหมือนกัน ทำให้เธอมองใบหน้าที่แท้จริงของคนบางกลุ่มออกได้อย่างชัดเจน “ถึงแม้ว่าพลตรีหลิงเซียวจะพลีชีพไปแล้ว แต่ว่าลูกกำพร้าพ่อของเขาจะถูกคนในตระกูลรังแกไม่ได้เด็ดขาด ฉันคิดว่าทางกองทัพน่าจะมีวิธีจัดการบ้างนะคะ”
ตัวแทนของกองทัพคนนั้นแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายที่อยู่ในคำพูดของหลานลั่วเฟิ่ง เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณนายหลิง วางใจเถอะครับ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องบำเหน็จความชอบของพลตรีหลิงเซียวเลย ถึงยังไงสวัสดิการของสมาชิกในครอบครัวผู้เสียสละชีพเพื่อชาติที่หลิงหลานควรได้รับย่อมไม่มีทางน้อยแน่นอน ทางกองทัพจะไม่ปล่อยปละละเลยให้ลูกของวีรบุรุษถูกข่มเหงรังแกหรอกครับ”
คำพูดของตัวแทนฝ่ายกองทัพฟังดูดีมาก แต่เนื้อในยังคงเป็นผลประโยชน์สูงสุด เมื่อเห็นเป้าหมายที่โดดเด่น พวกเขาก็ยอมรับแผนการที่มีประโยชน์กับฝ่ายกองทัพมากกว่าโดยปริยาย
สายตาของหลานลั่วเฟิ่งจับจ้องไปที่ตัวแทนของรัฐบาล คนผู้นั้นก็เพียงแต่ยิ้มไม่พูดจา ราวกับตัดสินใจที่จะเป็นผู้ชม
หลิงเซียวคะ นี่ก็คือกองทัพที่คุณถวายชีวิตรับใช้ ประ