ร้างสถานการณ์แบบนี้ออกมาก็ไม่เสียเปล่าแล้วเหมือนกัน
สีหน้าของหลิงซู่เหรินเปลี่ยนเป็นเดือดดาลพลางเอ่ยว่า “หลานลั่วเฟิ่ง เธอบ้าไปแล้วหรือไง”
“ทำไมคะ คุณอาเหริน คุณกลัวแล้วเหรอคะ กลัวว่าเด็กที่คุณเลือกจะสู้หลิงหลานไม่ได้?” หลานลั่วเฟิ่งมองหลิงซู่เหรินด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและบีบมือที่ทั้งเล็กทั้งอวบของหลิงหลานเบาๆ ความแข็งแกร่งของมารดาก็คือเวลานี้เอง หลานลั่วเฟิ่งไม่เคยรู้สึกหนักแน่นขนาดนี้มาก่อนเลย
หลิงซู่เหรินพูดไม่ออก เดิมทีเขามีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยมก็รู้สึกลังเลอยู่บ้าง ท่าทีเช่นนี้ของหลานลั่วเฟิ่งทำให้เขาไม่กล้าทุ่มเดิมพันในครั้งเดียว
คนแก่ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหลิงเช่นเดียวกัน เหมือนกับดูออกว่าหลิงซู่เหรินลังเล ก็เลยเอ่ยเตือนเบาๆ ว่า “อย่าให้ฝ่ายตรงข้ามจับเสือมือเปล่า”
หลิงซู่เหรินได้ยินคำพูด จิตใจก็สงบลง ไม่ผิด คำพูดของหลานลั่วเฟิ่งจะต้องเป็นการอยากลองสู้กันสักตั้งแน่นอน คิดดูสิ ถ้าเกิดคุณสมบัติร่างกายของหลิงหลานแข็งแกร่งมากจริงๆ ละก็ ทำไมหลานลั่วเฟิ่งจะต้องปิดข่าวนี้ด้วยล่ะ ควรรู้ไว้ว่าคุณสมบัติร่างกายของหลิงหลานยิ่งแข็งแกร่งเท่าไร สิทธิ์ในการสืบทอดตำแหน่งก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้น คนฉลาดจะไม่มีทางปกปิดไว้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นยังจะป่าวประกาศกดดันความละโมบของคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ
………………………………………….