โอเชียนมองเอน่าด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะขับรถพุ่งชนผู้พิพากษา ทั้งที่การต่อสู้จบลงแล้ว
ดูเหมือนเธอจะโกรธมากกว่าที่เขาคิดไว้ เมื่อนึกถึงตอนที่เธอตะโกนใส่เขาขณะพยายามควบคุมไฟทองคำ
โอเชียนรีบปีนขึ้นนั่งที่เบาะข้างคนขับทันที
เอน่าก็กระทืบคันเร่งของรถจี๊ปจนพุ่งออกไปด้วยความเร็วเต็มพิกัด
ตอนนี้มาร์ติเนซล้มลง สนามพลังทองคำก็หายไป รถจี๊ปจึงแล่นไปได้โดยไม่มีอุปสรรค
“ทิ้งเขาไว้แบบนั้นได้จริงเหรอ?”
“ผู้พิพากษาเป็นสัตว์ประหลาดที่โดนรถไฟไอน้ำชนแล้วยังไม่เป็นอะไร รถจี๊ปเล็ก ๆ จะไปทำอะไรได้”
เขาสามารถงอกแขนที่ขาดได้เหมือนหางกิ้งก่า ไม่มีทางตายจากการโดนชนแค่นั้นแน่
ถึงเขาจะยังอ่อนแรงจากการต่อสู้ แต่ก็จะฟื้นตัวได้ในไม่ช้า
แม้จะรู้เช่นนั้น แต่หมัดของเอน่าก็เป็นเหมือนการระบายอารมณ์ต่อคนที่เธอไล่ล่ามาตลอด
“แปลกใจเหมือนกันที่เธอขับรถเป็น”
“พอทำมาหากินไปเรื่อย ๆ ก็ต้องทำสารพัดอย่างแหละ”
“แม่มดนะหรอ?”
“นั่นหมายความว่าไง คิดว่าแม่มดจะรวยเพราะร่ายเวทเป็นหรือไง?”
“ไม่ได้คิดแบบนั้น”
เอน่ามองเขาด้วยแววตาขื่นขม
“แน่นอนว่าฉันเคยได้เงินจากมันบ้าง แต่ไม่ใช่เพราะอยากได้เงิน ฉันแค่ทำด้วยใจ”
“เวทที่แสดงภาพลวงตานั่นน่ะเหรอ”
“ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา ฉันสามารถทำให้เห็นในสิ่งที่ใจต้องการ แม้แต่สัมผัสได้ มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตาธรรมดา”
จากคำพูดนั้น เอน่ามักได้รับค่าตอบแทนจากการแสดงภาพในฝันให้ผู้คนเห็น
แรกเริ่