ือความจริงที่ว่างเปล่าและโหดร้าย”
“ทุกคนอยากฝันดี โดยเฉพาะเมื่อความจริงมันหนักหนา ฉันคิดว่าฉันช่วยพวกเขาด้วยเจตนาดี แต่เปล่าเลย”
ตรงกันข้าม ภาพฝันหวานนั่นกลายเป็นกับดักคล้ายยาเสพติด
ยิ่งถลำลึก ยิ่งแตกสลาย เหลือเพียงความคลั่งไคล้กับคำวิงวอนขออีกครั้ง
“ฉันเลยพยายามเลิกใช้เวทเท่าที่ทำได้ แล้วก็ไปเรียนรู้อะไรอย่างอื่น ขับรถก็เป็นหนึ่งในนั้น”
“ฟังดูเหนื่อย แต่เจ้าเก่งนะ”
“มีแต่นายคนเดียวหรือไงที่เก่ง?”
โอเชียนหัวเราะเมื่อโดนเอน่าแขวะขณะนั่งเบาะข้าง
การพูดเล่นแบบไม่จริงจังของเขาทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา จนเธอเผลอสงสัยออกมา
“ตกลงนั่นมันอะไรกันแน่?”
“หมายถึงอะไร?”
“ก็ผ้าคลุมกับแสงจากดาบนายน่ะสิ”
“มันเป็นทักษะพื้นฐานของอัศวิน”
โอเชียนพูดได้เพียงเท่านั้น
ดาบแสงดาวคือหนึ่งในสกิลพื้นฐานของเหล่าอัศวินแห่งท้องฟ้า
“อัศวิน?”
เอน่าถามด้วยน้ำเสียงเหมือนได้ยินผิด
“ล้อเล่นใช่ไหม?”
“ถ้ามันฟังดูงั้น ก็คงช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเป็นแม่มดคงไม่พูดแบบนี้หรอก ใช่ไหมล่ะ?”
“ไม่หรอก แม่มดยังมีอยู่”
“งั้นอัศวินก็ยังมีอยู่—ตรงนี้ ตอนนี้เลย”
เอน่าอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่ก็เงียบไป
พอคิดดูดี ๆ แล้ว โอเชียนจะเป็นอะไรไปได้อีกถ้าไม่ใช่อัศวิน?
ดาบของเขาสาดแสงขาวจ้า และเขาสวมผ้าคลุมแสงดาวสีขาวบริสุทธิ์
ไม่ใช่เวทมนตร์ ไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่พลังกลายพันธุ์ ไม่ใช่วิทยาศาสตร์
แต่มันคือสิ่งเฉพาะตัวของโอเชียน
ถ้าเขาเรียกมันว่าพ