มคิดกับแม่มด และตัดสินว่าคุณคือพวกนอกรีต”
“ข้าไม่ได้นับถือศาสนาใด แค่รับหน้าที่รับตัวแม่มด”
“ใครอยู่กับแม่มด ก็คือพวกนอกรีตทั้งหมด”
โอเชียนหัวเราะเบา ๆ กับคำตอบที่ไร้ทางเจรจา
“เจ้าแค่อยากเชื่อแบบนั้นเองใช่ไหม?”
“เจ้าคนนอกรีต ข้าในฐานะผู้รับใช้แห่งศรัทธาขอถาม เจ้ายินดีสำนึกบาปหรือไม่?”
“ถ้าข้ายอมสำนึก เจ้าจะปล่อยข้าไหม?”
“อย่างน้อยเราจะส่งท่านไปอย่างไม่ต้องเจ็บปวด”
‘บ้าไปแล้ว’
โอเชียนส่ายหัว
“ไม่ได้หรอก เพราะข้าเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยก็ไม่ได้”
เขาชักดาบออกจากข้างเอว
แสงแดดและแสงทองสะท้อนผ่านด้ามดาบใสจนงดงาม
“ถ้างั้น เราก็ต้องชำระล้างเจ้า”
ผู้พิพากษาหยิบอาวุธหัวตุ้มที่เรียบง่ายและแข็งแรงออกจากข้างเอว
เป็นอาวุธที่นักบวชหรืออัศวินที่เคร่งเรียบใช้กัน
ทั้งสองยืนประจันหน้า ท่ามกลางสายลมพัดผ่าน
ชายเสื้อคลุมของโอเชียนปลิวไสว ผ้าคลุมของอัศวินก็กระพือแรง
แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากดาบของโอเชียน นั่นคือคุณสมบัติเฉพาะของ ‘อัสวินพเนจร’ — ดาบแสงดาว
ผู้พิพากษาสะบัดกระบองให้ลอยขึ้นพร้อมสายลมสีทองแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาพุ่งเข้าหากันโดยไม่มีคำเตือน
ณ ใจกลางทุ่งทอง ทั้งสองเข้าปะทะกัน
เสียงปะทะดังสนั่น -แคง!
สนามศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ก่อนจะกลับคืนรูปร่างอีกครั้ง
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบเป็นสนามถูกแรงกระแทกบดขยี้จนกลายเป็นผง ละอองสีทองลอยฟุ้งราวกับภาพในเทพนิยาย
แม้ภาพจะงดงามเพียงใด