ุดท้ายจัดการได้เพียงสองเรื่อง เช่นนั้นเขาก็ย่อมขาดทุนจนหมดตัว!
“ถึงขั้นนี้แล้ว แดนสุขาวดีต้องการชักนำข้าให้เข้าร่วมเต็มกำลัง ส่วนทางราชสำนักเต๋าก็ไม่แน่ว่ามองข้าเป็นกบฏ หรือพวกนอกรีตไปแล้ว สำหรับนิกายกระบี่หยก บรรพชนอสูรวิญญาณยังมีชีวิตอยู่! ใครจะรู้ว่าเจินจวินผู้อาละวาดล้างนิกายอสูรวิญญาณผู้นั้น คิดอย่างไรกับข้า? ยังไม่นับเจ้าของกระบี่อเวจีคนก่อน และเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่มีกรรมผูกพันกับข้าอีก…”
เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่าทั้งนิกายกระบี่หยก สุขาวดี ราชสำนักเต๋า และนิกายศักดิ์สิทธิ์ ล้วนมีกรรมผูกพันกับเขาทั้งสิ้น!
เพียงนึกถึงก็ปวดหัวแล้ว
ตามที่เจินจวินกล่าว ครานี้คือการลอบวางกลไกสังหารระดับโลกหล้า มีผู้ประสงค์ให้เขาสิ้นชีวิตนอกชายฝั่ง และขอบเขตย่อมยิ่งใหญ่กว่าชาติที่แล้วเสียอีก
ท้ายที่สุด ในชาติที่แล้วเขาเพียงแค่เพิ่งเข้าสู่ระดับวางรากฐาน
ทว่าในชาตินี้เขาทะลวงถึงช่วงกลางแล้ว หากคิดจะสังหารเขาอีกก็หาใช่เรื่องง่าย ต้องดึงดูดเคราะห์กรรมมากขึ้นตามไปด้วย
เมื่อคิดในแง่นี้ ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินย่อมมีเจตนาใช้เขาเป็น “เหยื่อล่อ” ด้วยเช่นกัน
“แต่ข้าก็ยินดีด้วยใจ”
ลวี่หยางไม่สนใจสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับเห็นว่าตนได้เปรียบ ในฐานะเหยื่อของเจินจวิน ยิ่งดึงภัยมาเท่าใด คราวถัดไปก็จะยิ่งล้างสะอาดมากเท่านั้น! ถือว่ากำไรยิ่ง
คิดดังนี้ ลวี่หยางก็พุ่งทะยานออกจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ทันที
แน่นอน ก่อนจาก