ดปากไปแล้วแน่”
“นี่ไม่ใช่แค่การปิดปากศิษย์ แต่ชัด ๆ คือคิดลอบสังหารท่านอาจารย์ลุงด้วย!”
สำหรับจงกวงเจินเหรินแล้ว นักพรตหงยวิ๋นคือศัตรูหัวใจ เพราะฉะนั้นข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับเขาย่อมสำคัญที่สุด เมื่อได้ฟังก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“เล่ามาให้ละเอียด”
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแดนหนึ่งในโพ้นทะเล…”
ลวี่หยางไม่ปิดบังใด ๆ เอ่ยถึงการดำรงอยู่ของโลกบำเพ็ญเพียรปี้หยาง และคำราชโองการแท้จารอักขระทองแห่งวังจักรพรรดิที่พันธมิตรเซียนถืออยู่
ทีแรกจงกวงเจินเหรินยังไม่ใส่ใจนัก แต่เมื่อได้ยินชื่อ “ราชโองการแท้จารอักขระทองแห่งวังจักรพรรดิ” ใบหน้าเรียบเฉยของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาหรี่ลงเผยรังสีสังหารบางเบา “เป็นเช่นนี้เอง…ข้าถึงหาโอสถนอกกายลูกนั้นไม่พบ”
“ที่แท้เขาซ่อนไว้ที่แดนโพ้นทะเลนี่เองหรือ?”
ครู่หนึ่ง จงกวงเจินเหรินก็นั่งขัดสมาธิบนอาสนะ นิ้วคำนวณไม่หยุด ตกอยู่ในห้วงครุ่นคิด ลวี่หยางไม่พูดไม่จา เพียงเงียบรออยู่ข้าง ๆ
ผ่านไปพักใหญ่ จงกวงเจินเหรินจึงค่อย ๆ เงยหน้า จ้องมองลวี่หยางอย่างมีนัย
“ข่าวนี้ เจ้าไปรู้มาได้อย่างไร?”
ลวี่หยางเตรียมใจไว้แล้ว สีหน้าสงบนิ่ง “จะปิดบังไปก็ไร้ประโยชน์ ศิษย์เคยได้รับการสืบทอดจากเจินเหรินบรรพกาล ทุกอย่างล้วนเป็นบันทึกจากเมื่อครั้งเขายังมีชีวิตอยู่”
“เจินเหรินบรรพกาลหรือ?”
จงกวงเจินเหรินฟังแล้วขมวดคิ้ว ครั้นคำนวณอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหน้า “ผู้นี้คือบุคคลเมื่อห้าพันปีก่อน ความสั