วิน แล้วก็ถูกลวี่หยางโต้กลับฆ่าตาย ไม่มีการปกปิดใด ๆ เห็นได้ชัด ไม่พบสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย
ทว่า…ความไร้ผิดปกตินั่นแหละ คือความผิดปกติที่ใหญ่หลวงที่สุด!
แม้เพลิงสังหารจากฟ้าดินไร้ร่องรอย แต่จงกวงเจินเหรินก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งร่องรอย เขาเพียงต้องรู้ว่า หากลวี่หยางตาย ใครจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์สูงสุดก็พอแล้ว
เพียงเห็นจงกวงเจินเหรินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรียกวิญญาณแห่งค่ายกลขึ้นมา “ไปเรียกเจินเหรินหงจวี่มาพบข้า ข้ามีเรื่องใหญ่จะปรึกษาเขา”
วิญญาณแห่งค่ายกลส่ายหน้าช้า ๆ “กราบทูลเจินเหริน เจินเหรินหงจวี่ได้ปิดด่านฝึกแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้จงกวงเจินเหรินหรี่ตา แค่นั้นก็หัวเราะเสียงดัง “แน่นอนว่ามีเงื่อนงำ! เก้าส่วนแปดเป็นเจ้าเฒ่าตัวนี้แหละที่แอบลงมือเล่นงานเจ้า!”
อีกด้านหนึ่ง ลวี่หยางก็จำชื่อ “หงจวี่” ไว้ขึ้นใจ คนผู้นี้เองหรือที่ในชาติก่อนลอบเล่นงานข้าจนถึงตาย? หงจวี่ หงยวิ๋น ต่างกันแค่คำเดียว! ดูก็รู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน ไม่มีใครเป็นคนดีทั้งนั้น! เจ้ารอดูเถอะ ความแค้นนี้ข้าจดจำไว้แน่นแล้ว!
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็รีบเข้าไปใกล้ เอ่ยเสริมทันที
“ท่านอาจารย์ลุง ครั้งนี้ชัดเจนว่าเป็นการปิดปากฆ่าคน!”
“ศิษย์เพิ่งได้รับข่าวว่า นักพรตหงยวิ๋นทิ้งกลอุบายไว้ที่แดนโพ้นทะเล ศิษย์กำลังจะรายงานต่อท่านอาจารย์ลุงอยู่พอดี อู๋ซางก็โผล่มาเสียก่อน!”
“หากไม่ใช่เพราะศิษย์โชคดี ทะลวงถึงขั้นกลางแล้วล่ะก็ คงถูกอู๋ซางฆ่าปิ