บทที่ 179 โอบบรรพต
บนยอดเขาปะสานฟ้า ลวี่หยางยืนพิงมือไว้ด้านหลัง
ขณะเดียวกัน ด้านหลังของเขา เงางามของท่านหญิงหรั่วเซียงพลันปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน แววตางามที่ทอดมองเขาแฝงด้วยความตื่นตะลึงและริษยา ก่อนจะก้าวเข้ามาอย่างนุ่มนวลแล้วกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า
“ขอแสดงความยินดีกับหยวนถูที่บรรลุระดับวางรากฐานขั้นกลาง นับแต่นี้ไปชีวิตยืนยาวอยู่ไม่ไกลแล้ว”
นางย่อมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกริษยา
เพราะแม้จะอยู่ในระดับวางรากฐานเช่นกัน แต่นางไม่เพียงไร้ซึ่งวิชาเทพโดยกำเนิด แม้แต่วิชาเทพประจำตนยังมิอาจหยั่งรู้ หากมิใช่เช่นนั้น คงไม่ถึงกับต้องวางแผนเรื่องการกลับชาติเกิดต่อไป
แต่เมื่อเทียบกับนาง ลวี่หยางที่เพิ่งบรรลุหนทางเต๋าไม่ถึงร้อยปี กลับอายุยังน้อยจนน่าเหลือเชื่อ ทว่าเขากลับฝ่าฟันด่านอันแสนสาหัสจนบรรลุวางรากฐานขั้นกลางในคราเดียว เรื่องนี้จะไม่ให้นางริษยาได้อย่างไร? อย่างไรก็ตาม นางฉลาดพอจะไม่ปล่อยให้ความริษยานั้นกลายเป็นเสี้ยนตำใจ
“ท่านหญิงชมเกินไปแล้ว”
ลวี่หยางได้ยินคำชมจากท่านหญิงหรั่วเซียงก็เพียงยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็เพ่งจิตเข้าสู่ร่างกาย สำรวจการเปลี่ยนแปลงที่วิชาเทพโดยกำเนิดใหม่นำมาให้
ขณะนี้ ที่รากฐานเต๋าภายในกายของเขาปรากฏเงาภูเขาสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน สัมพันธ์กับพลังปราณแท้ที่สมดุล กดทับฟ้าดิน และผนึกคุณงามความดีพร้อมโชควาสนาทั้งหมดไว้ภายใน
“นี่แหละคือวิชาเทพโดยกำเนิด…”
ลวี่หยางพึมพำในใจ พลางรู้สึกว่าโลกใ