วิญญาณธงเส้นหนึ่งขึ้นมา ใช้ใจรู้สึกตรวจสอบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเผยสีหน้างุนงง
“เป็นธงหมื่นวิญญาณจริง… ทว่ากลับไม่ใช่ธงดั้งเดิม มิได้รับสืบทอดจากเจินเเหรินบรรพกาล ไม่มีเงาแห่งผลแห่งกรรม… เป็นไปได้อย่างไร? หรือเจินเเหรินบรรพกาลจะเผยเคล็ดการสร้างธงนี้ออกไปแล้ว? เป็นไปไม่ได้ เขาเห็นว่าธงหมื่นวิญญาณเป็นเคล็ดอำมหิตเกินควร ไหนเลยจะยอมเผยแพร่?”
ชั่วขณะนั้น อู๋ซางเกิดความสงสัยเต็มเปี่ยม
“เจ้าหนุ่มลื่นลับ ข้าอยากเห็นนัก ว่าเจ้าจะหลบหนีได้อีกสักกี่ครั้ง!”
คิดได้ดังนี้ อู๋ซางก็ร่ายเวทตามเส้นโยงกรรมในร่างกว่างหมิง ใช้โยงใยแห่งบุญกรรมที่สืบถึงลวี่หยางเป็นตัวนำ ไล่ตามไปอีกครั้ง
ขณะนี้ เขาทุ่มเทจิตใจทั้งหมดไล่ล่าลวี่หยาง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหาได้เห็นไม่ว่าในอ้อมแขนของตน กว่างหมิงลืมตาขึ้นอย่างเงียบงัน ดวงเนตรทั้งคู่ทอแสงพุทธะรุ่งโรจน์ เต็มไปด้วยเมตตา
“บรรพชน…นั่นคือสิ่งใด?”
หลังหลบหนีอีกครั้ง ลวี่หยางเรียกธงหมื่นวิญญาณออกมาอีกครั้ง เรียกวิญญาณธงเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไม่ระเบิดตนออกมา ปรากฏว่าเป็นบรรพชนอสูรวิญญาณซึ่งเงียบหายไปเนิ่นนาน
แม้บรรพชนอสูรวิญญาณในยามนี้ไม่อาจนับว่ามีพลังแม้เสี้ยวหนึ่งจากอดีต ถึงขั้นตกต่ำกว่าระดับวางรากฐาน แต่ด้วยที่เคยอยู่ในขั้นวางรากฐานสมบูรณ์มาก่อน วิสัยทัศน์ก็ย่อมลึกซึ้งกว่าลวี่หยางมากมาย เขาอาจไม่อาจมองเห็นแก่นแท้อู๋ซางได้ ทว่า…บรรพชนย่อมมองออก
และก็เป็นเช่นนั้นจริง
“นั่นคือ