้นไห่ยิ่งมองกู้เฉิงด้วยรอยยิ้มเยาะ “เจ้าเป็นตัวแทนของราชสำนักมาส่งของให้เป้ยเซ่าเจี๋ยรึ ให้ข้าเดาสิว่าเป็นราชโองการยอมจำนนใช่หรือไม่
น่าเสียดาย ข้าอ๋องผู้นี้คงใช้ของสิ่งนั้นไม่ได้แล้ว เศษอาหารที่ราชสำนักโยนให้ข้าอ๋องผู้นี้ไม่แค่เศษเดนที่จะกิน
ราชโองการยอมจำนนตอนนี้เป้ยเซ่าเจี๋ยคงรับไม่ได้แล้ว แต่เจ้าสามารถลงไปส่งให้เขาข้างล่างได้
มานี่ เอาตัวออกไปตัดหัว”
เมื่อเห็นว่าคนข้างนอกกำลังจะลงมือ กู้เฉิงก็พลันตะโกนลั่น “ท่านอ๋องสวรรค์ช้าก่อน
แม้ข้าจะถูกหน่วยพิทักษ์ราตรีส่งมามอบราชโองการยอมจำนน แต่จริงๆ แล้วข้าเตรียมจะมาเข้ากับท่านอ๋องสวรรค์
ท่านอ๋องสวรรค์ไม่แยกแยะขาวดำก็สังหารข้าเสียแล้ว จะไม่ทำให้เหล่าผู้กล้าที่เตรียมจะละทิ้งความมืดสู่ความสว่าง มาเข้าร่วมกับท่านอ๋องสวรรค์ต้องใจสลายหรือ”
ฟางเจิ้นไห่โบกมือ แล้วพูดเรียบๆ “เจ้าบอกว่าเจ้ามาเพื่อเข้ากับข้างั้นรึ เจ้าหนู เจ้าคิดว่าข้าอ๋องผู้นี้โง่เขลารึ”
กู้เฉิงสมองหมุนเร็ว ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ประสานมือคารวะแล้วพูดเสียงเข้ม “ข้าน้อยจะกล้าหลอกลวงท่านอ๋องสวรรค์ได้อย่างไร
แม้ข้าน้อยจะเป็นคนของหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่กลับไม่ใช่คนของหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวง แต่เป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีภายใต้การบังคับบัญชาของเมืองเหอหยางแคว้นตงหลิน
เนื่องจากผู้กำกับกองทหารประจำเมืองเหอหยางฆ่าพี่น้องร่วมรบของข้า ข้าน้อยโกรธจัดจึงฆ่าผู้กำกับสุนัขตัวนั้นไป บิดหัวสุนัขของอี