งหลวง
หลายวันมานี้ไม่ได้กินของเป็นเรื่องเป็นราว กู้เฉิงก็เตรียมจะพักที่นี่ก่อนสักวันหนึ่ง
ยังไงเสียชุยจื่อเจี๋ยก็บอกแล้วว่าส่งของถึงก่อนสิ้นปีก็พอ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกเดือนกว่าๆ ก่อนสิ้นปี เพียงพอแน่นอน
เมื่อผลักประตูโรงเตี๊ยมเข้าไป กู้เฉิงก็ขมวดคิ้วทันที
กลิ่นเหงื่อเหม็นเปรี้ยวโชยมาปะทะจมูก เสียงโหวกเหวกด่าทอไม่ขาดสาย
ทั้งโรงเตี๊ยมนั่งเต็มไปด้วยผู้คน ล้วนเป็นชาวยุทธภพนอกรีตหน้าตาแปลกประหลาด
แคว้นหนานอี๋ตอนนี้กำลังวุ่นวาย พ่อค้าส่วนใหญ่ตัดขาดการติดต่อกับแคว้นหนานอี๋แล้ว ผู้ที่เดินทางมาที่นี่มีเพียงชาวยุทธภพนอกรีตเหล่านี้เท่านั้น
เมื่อเห็นกู้เฉิงผลักประตูเข้ามา สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา ชายคนหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าเมามากแล้วลุกขึ้นยืนโซซัดโซเซแล้วพูดหยอกล้อ “โย่ว มาจากไหนกันเจ้าหน้าขาว อายุน้อยๆ ก็ริหัดท่องยุทธภพแล้วรึ”
เมื่อเทียบกับชาวยุทธภพนอกรีตหน้าตาแปลกประหลาดหยาบคายเหล่านี้ กู้เฉิงก็นับว่าเป็นเจ้าหน้าขาวจริงๆ
กู้เฉิงมองไปแวบหนึ่ง นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารของเขาดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายสร่างเมาโดยพลัน ร่างกายอดที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่งไม่ได้
ทันใดนั้นเสียงสตรีนุ่มนวลแต่ใสกังวานก็ดังขึ้น “อย่ากินเหล้ากากๆ แค่สองไหแล้วมาเมาอาละวาดที่นี่นะ ทำแขกของข้าตกใจหนีไป ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
ชั้นสองของโรงเตี๊ยม สตรีผู้หนึ่งเดินลงบันไดมา
นางอายุประมาณสามสิบกว่าปี สวมชุดกระโปรงผ้าป่านธรรมดา เ