ปีศาจซากศพแล้วรึ”
กู้เฉิงไตร่ตรองคำพูดแล้วกล่าว “ที่นี่ไม่ใช่ยมโลก จะพูดให้ถูกคือเจ้าตายไปแล้วคนเดียว ที่นี่น่าจะนับได้ว่าเป็นอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งของข้า”
พูดจบ กู้เฉิงก็เล่าเรื่องราวหลังจากที่เขาตายไปให้ฟัง ส่วนเรื่องพื้นที่หยกดำ เขาเพียงแค่บอกว่าเป็นอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่ตนเองได้มา
เสี่ยวอี่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็คารวะกู้เฉิงอย่างลึกซึ้ง “พี่กู้ ขอบคุณท่าน เสี่ยวอี่เป็นหนี้ชีวิตท่าน”
แต่ต่อมาเสี่ยวอี่ก็ยิ้มขมขื่น “แต่ตอนนี้ข้าก็เป็นคนตายไปแล้ว แม้จะอยากจะตอบแทนก็คงจะทำไม่ได้แล้ว”
ในขณะนั้นกู้เฉิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที แล้วถามเสี่ยวอี่ว่า “เจ้าถูกดูดเข้ามาในพื้นที่แล้ว ก็ฟื้นคืนสติได้ทันทีเลยรึ”
เสี่ยวอี่พยักหน้า “ใช่แล้ว จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ข้าก็มีสติอยู่บ้าง แต่กลับเลือนราง ราวกับกำลังหลับอยู่ จนกระทั่งถูกดูดเข้ามาที่นี่ ร่างถึงได้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน”
กู้เฉิงหัวเราะอย่างเย็นชา ยื่นมือไปดึง นักพรตห้าอวัยวะที่ถูกทิ้งไว้มุมห้องมาอยู่ตรงหน้ากู้เฉิง
“ไอ้เฒ่า เล่นลูกไม้กับข้ารึไง”
ก่อนหน้านี้นักพรตห้าอวัยวะพร้อมกับภูตวัดห้าอวัยวะถูกดูดเข้ามาในพื้นที่หยกดำ ตอนนั้นอีกฝ่ายอยู่ในสภาพมึนงง กู้เฉิงยังคิดว่าภูตวัดห้าอวัยวะของอีกฝ่ายหายไปแล้ว ดังนั้นพลังและสติจึงได้สลายไป
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นสภาพของเสี่ยวอี่ กู้เฉิงถึงได้รู้ว่า ไอ้เฒ่านี่แกล้งทำมาตลอด
เสี่ยวอี่เหลือเพียงไอภูตวิญญาณจางๆ