นี้บุญคุณลูกชายคนนี้ และลูกชายคนนี้ก็เป็นที่พึ่งเดียวของนาง
แต่ตอนนี้ ที่พึ่งนี้ตายแล้ว ถูกคนฆ่าแล้ว จะไม่ทำให้นางบ้าคลั่งได้อย่างไร
ร่างขยับ ไป๋จื่อเวยก็หายไปจากลานบ้านแล้ว
ศิษย์คนนั้นกลับถอนหายใจยาว แม้กระทั่งในใจยังคิดอยู่ว่า หงเฉิงเย่ไอ้โง่นั่นตายเร็วก็ดีแล้ว ตอนที่เขาอยู่ในสำนักเสวียนอู่เจินจงก็ก่อเรื่องวุ่นวายไว้ไม่น้อย
ภายในเมืองหลินอัน เซี่ยอันจือมองชุยจื่อเจี๋ยที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่มืดมน
“เจ้าพูดอีกทีซิ กู้เฉิงคนนั้นฆ่าลูกชายของไป๋จื่อเวยแล้วรึ เจ้ายังปล่อยให้เขาไปส่งราชสารเชิญเข้าร่วมที่แคว้นหนานอี๋อีกรึ”
ตอนนี้เซี่ยอันจือถึงกับอยากจะฆ่าคนแล้ว
ก่อนหน้านี้ภาพลักษณ์ของกู้เฉิงที่ทิ้งไว้ให้เขาคือคนที่รู้จักกาลเทศะ มีชั้นเชิง และยังหน้าด้านพอ กลับขาวเป็นดำพูดโกหกหน้าตายได้สบายๆ
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายมีท่าทีที่จริงใจ เชื่อฟังดี คนแบบนี้เขากลับชอบที่จะใช้มากกว่า
ผลคือเพิ่งจะผ่านไปนานแค่ไหนกัน อีกฝ่ายก็ก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ให้เขาแล้ว
พอคิดถึงว่าตนเองจะต้องเผชิญหน้ากับไป๋จื่อเวยหญิงบ้าคนนั้น เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
ชุยจื่อเจี๋ยทำหน้าตาไร้เดียงสา “ท่านผู้บัญชาการปราบปราม ข้าก็ช่วยไม่ได้นี่ ตอนนั้นข้าบาดเจ็บสาหัส แม้แต่เรื่องที่กู้เฉิงฆ่าคนข้าก็เพิ่งจะมารู้ทีหลัง
ทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวงคนนั้นรีบร้อนมาก รีบให้ข้าหาคนส่งราชสารเช